
โพลเผยประชาชน 31.55% มองแก้รธน.ทำเพื่อชาติ
นิด้าโพล เผย ประชาชนมองแก้รัฐธรรมนูญทำเพื่อชาติ 31.55% ส่วนอีก 18.45% ระบุว่าเอื้อ “ทักษิณ”
นิด้าโพล เผย ประชาชนมองแก้รัฐธรรมนูญทำเพื่อชาติ 31.55% ส่วนอีก 18.45% ระบุว่าเอื้อ “ทักษิณ”
“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4 – 5 เมษายน 2556 จากประชาชน ทั่วประเทศ ทุกภูมิภาค จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของรัฐบาล โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน ร้อยละ 1.4
จากการสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลในขณะนี้ว่าเป็นการแก้ไขเพื่อใคร พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 31.55 ระบุว่า เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน รองลงมา ร้อยละ 20.53 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง ร้อยละ 18.45 เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 15.42 เพื่อประโยชน์ของรัฐบาล และ ร้อยละ 14.06 ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าเป็นการแก้ไขเพื่อใคร
เมื่อถามถึง ความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่รัฐบาลพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา พบว่า ประชาชน ร้อยละ 38.34 ระบุว่า เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา เพราะ บางมาตรายังขาดความชัดเจน บางมาตรามีผลกระทบต่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยเฉพาะ มาตรา 190 ว่าด้วยการทำสัญญาระหว่างประเทศ ช่วยลดความวุ่ยวาย ความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะ มาตรา 237 ว่าด้วย การยุบพรรคและการตัดสิทธิ์ทางการเมือง เพราะ เป็นการริดรอนสิทธิทางการเมืองสำหรับคนที่ไม่ได้กระทำผิดด้วย รองลงมา ร้อยละ 35.78 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นแบบรายมาตราและทั้งฉบับ เพราะ เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองบางกลุ่มมากกว่าที่จะคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก สร้างความวุ่นวาย ความขัดแย้ง ทางการเมือง และอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่า ต่อให้มีรัฐธรรมนูญที่ดีแค่ไหนก็ตาม รัฐบาลควรจะหันมาใส่ใจกับการแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้อง ของประชาชนมากกว่า มีเพียงร้อยละ 9.11 ที่ระบุว่า ไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราแต่ต้องการให้แก้ไขทั้งฉบับมากกว่า เพราะอยากให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2540 มากกว่า และอยากให้เกิดความยุติธรรมกับทุกๆ ฝ่ายมากที่สุด
ศาสตราจารย์ ดร. บรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า จากผลสำรวจเมื่อมองในภาพรวมถึงผู้ที่จะได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือรัฐบาล เมื่อรวมแล้วมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนก็พอที่จะมองออกว่าเป็นการแก้ในประเด็นที่เป็นประโยชน์แก่นักการเมืองบางกลุ่ม
ส่วนการที่ประชาชนเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา โดยเฉพาะ มาตรา 190 หรือ มาตรา 237 หรือมาตราอื่นๆ นั้น ก็จะเป็นความคิดเห็นของคนที่ติดตามข่าว และต่างก็มีประเด็นในทางกฎหมายเอง แต่ก็ถือว่ามีสัดส่วนที่ไม่แตกต่างกันมากกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อมโยงกับผลสำรวจในข้อแรกว่าเป็นการแก้ไขเพื่อนักการเมือง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีความคิดเห็นอีกกลุ่มที่อยากให้แก้ไขทั้งฉบับ เพราะพิจารณาจากที่ไปที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2550 จึงอยากให้กลับไปพิจารณาไปใช้ ฉบับ พ.ศ. 2540 แต่ท้ายที่สุดมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราในครั้งนี้ เป็นบันไดสำหรับการแก้ไขขั้นต้น เพื่อที่จะแก้ไขแบบทั้งฉบับ และอาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งในภายหลัง”







