
บก.กรุงเทพธุรกิจทีวีโร่แจ้งความถูกพ่นสีรถ
บก.ข่าวทั่วไป กรุงเทพธุรกิจทีวี โร่แจ้งความ หลังถูกมือดีพ่นสีสเปย์รถคาลานจอดรถดีเอสไอ
บก.ข่าวทั่วไป กรุงเทพธุรกิจทีวี โร่แจ้งความ หลังถูกมือดีพ่นสีสเปย์รถคาลานจอดรถดีเอสไอ
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 5 เม.ย.นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี อายุ 43 ปี บก.ข่าวทั่วไป กรุงเทพธุรกิจทีวี บริษัทเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำความเข้าแจ้งต่อ ร.ต.อ.วีรศักดิ์ ทองบ่อ พงส.(สบ1) สน.ทุ่งสองห้อง กรณีเกิดเหตุคนร้ายใช้สีสเปรย์สีขาวพ่นรถยนต์ ฮอนด้า สตรีม สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน สศ 4464 กรุงเทพมหานคร บริเวณประตูด้านหลังฝั่งคนขับ ที่จอดไว้ในอาคารจอดรถของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ได้รับความเสียหาย
นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี อายุ 43 ปี บก.ข่าวทั่วไป กรุงเทพธุรกิจทีวี กล่าวว่า ปกติตนจะขับรถยนต์เข้ามาส่งภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ระดับ 8 สำนักพัฒนาระบบราชการ ดีเอสไอ ทุกวันก่อนจะไปทำสกู๊ปข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจรวมทั้งข่าวของดีเอสไอ ก่อนเกิดเหตุเมื่อเช้าวันศุกร์ ที่ 29 มี.ค. ตนขับรถยนต์คันดังกล่าวมาส่งภรรยาตามปรกติ แต่เกิดหม้อน้ำรั่ว ภรรยาจึงให้จอดรถทิ้งที่อาคารจอดรถของดีเอสไอ รอให้ช่างมาซ่อม กระทั่งเช้าวันเกิดเหตุ ตนได้แวะไปดูรถยนต์ที่จอดไว้ พบว่าถูกคนร้ายใช้สีสเปรย์สีขาวพ้นข้อความคำว่า “อา” บริเวณประตูหลังด้านขวาได้รับความเสียหาย เมื่อสอบถาม รปภ.ที่ดูแลรถยนต์ให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ก็บอกว่าไม่เห็นว่าเกิดเหตุตอนไหน ส่วนกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร ก็ปรากฏว่าเป็นกล้องดัมมี่ติดหลอกไว้
บก.ข่าวทั่วไป กรุงเทพธุรกิจทีวี กล่าวอีกว่า สำหรับรถยนต์ของตนก็มีสติ้กเกอร์ดีเอสไอติดไว้ จึงเข้ามาในอาคารจอดรถของดีเอสไอ เพื่อส่งภรรยา หรือหากจะจอดรถยนต์ไว้ก็จะเป็นการใช้สิทธิของภรรยา เรื่องที่เกิดขึ้นตนคิดว่า น่าจะเป็นฝีมือของคนในดีเอสไอ เพราะเป็นสถานที่ห่วงห้ามคนนอกเข้าไม่ได้ อาจเกิดความไม่พอใจเรื่องที่จอดรถ สำหรับที่เกิดเหตุเป็นโซนจอดรถของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไม่ได้ระบุเลขทะเบียนไว้ ดังนั้นใครมาถึงก่อนก็มีสิทธิจอดได้ อยากให้ทุกคนยอมรับกติกาของส่วนรวม ไม่ใช่กระทำข่มขู่แบบนี้ ต้องแก้ทัศนคติของคนดีเอสไอ ส่วนโซนของผู้บริหารดีเอสไอที่กำหนดช่องจอดไว้เฉพาะพร้อมมีกล้องวงจรปิด ส่วนประเด็นเรื่องการทำงานก็ไม่มีปัญหากับใครทั้งของตนเอง และภรรยาที่อยู่สำนักพัฒนาระบบราชการ ทำงานด้านวิชาการไม่ได้ทำคดีพิเศษ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน ลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมประกันกับบริษัทประกันภัย ส่วนการติดตามเบาะแสคนร้าย เจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยให้เหตุผลว่า ไม่ใช่คดีวางระเบิดหรือคดีร้ายแรง อีกทั้งที่เกิดเหตุไม่ใช่ที่สาธารณะการเข้าตรวจสอบต้องขออนุญาตก่อน รวมทั้งไม่มีกล้องวงจรปิดอีก การไปตรวจสอบอาจไม่ได้หลักฐานอะไร
ด้านธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตนรับปากจะไปตรวจสอบว่าเป็นฝีมือใคร เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี พร้อมจะดูแลเรื่องการซ่อมแซมรถยนต์ให้ผู้เสียหายเพราะเป็นสื่อมวลชนมาทำข่าวดีเอสไอ แต่ไม่ได้หมายความว่ายอมรับผิดว่าเป็นฝีมือของคนในดีเอสไอตอนนี้ ต้องรอผลการสืบสวนสอบสวน







