posttoday
ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฉบับใหม่

ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฉบับใหม่

02 เมษายน 2556

เครื่องหมายการค้า (Trademarks) มีความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำสินค้าได้ง่าย และทำให้ผู้ผลิตสามารถประชาสัมพันธ์สินค้าได้ง่าย เช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าที่ดีนั้น ต้องสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นสินค้าอะไรทันทีที่ได้พบเห็นเครื่องหมายการค้า จะต้องบ่งชี้ลักษณะแตกต่างของสินค้าหรือบริการของบุคคลหรือบริษัทหนึ่งๆ ออกจากสินค้าหรือบริการของบุคคลหรือบริษัทอื่น โดยอาจอยู่ในรูปของสัญลักษณ์ เครื่องหมาย ตัวอักษร ตัวเลข กลุ่มของสี หรือทั้งหมดประกอบกันขึ้นเป็นรูปแบบเฉพาะ โดยจะต้องไม่เป็นการลอกเลียนหรือซ้ำซ้อนกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น

เครื่องหมายการค้า (Trademarks) มีความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำสินค้าได้ง่าย และทำให้ผู้ผลิตสามารถประชาสัมพันธ์สินค้าได้ง่าย เช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าที่ดีนั้น ต้องสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นสินค้าอะไรทันทีที่ได้พบเห็นเครื่องหมายการค้า จะต้องบ่งชี้ลักษณะแตกต่างของสินค้าหรือบริการของบุคคลหรือบริษัทหนึ่งๆ ออกจากสินค้าหรือบริการของบุคคลหรือบริษัทอื่น โดยอาจอยู่ในรูปของสัญลักษณ์ เครื่องหมาย ตัวอักษร ตัวเลข กลุ่มของสี หรือทั้งหมดประกอบกันขึ้นเป็นรูปแบบเฉพาะ โดยจะต้องไม่เป็นการลอกเลียนหรือซ้ำซ้อนกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น

ในอดีตจนถึงปัจจุบันเครื่องหมายการค้าส่วนใหญ่ถูกจำกัดอยู่เฉพาะเครื่องหมายการค้าที่มองเห็นได้ด้วยตา (Visible Mark) ต่อมาได้มีแนวความคิดว่าเครื่องหมายการค้าไม่ควรถูกจำกัดอยู่แต่เฉพาะเครื่องหมายการค้าประเภทที่สามารถมองเห็นเท่านั้น ปัจจุบันมีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเพียง 3 ประเภท คือ เครื่องหมายการค้าเสียง (Sound Marks) เครื่องหมายการค้ากลิ่น (Smell Marks) และเครื่องหมายการค้ารสชาติ (Taste Marks) ในต่างประเทศบางประเทศได้ให้การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าเสียง กลิ่น รสชาติ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Patent and Trademark Office) ได้ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายเสียง ในฐานะเป็นเครื่องหมายบริการในปี 1996 ประเทศแคนาดา กฎหมายเครื่องหมายการค้าแห่งประเทศแคนาดา (Canadian Trade Marks Act R.SA.C. 1985) ได้ทำการปรับปรุงความไม่มีลักษณะพิเศษให้รวมไปถึงเครื่องหมายการค้าเสียงด้วย ประเทศเยอรมนี กฎหมายเครื่องหมายการค้าของประเทศเยอรมนีได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องเครื่องหมายการค้าเสียง สำหรับสหราชอาณาจักร แม้จะไม่ได้มีการบัญญัติเครื่องหมายการค้าเสียงไว้โดยเฉพาะเจาะจง แต่กฎหมายของประเทศนี้ได้ให้คำจำกัดความของคำว่าเครื่องหมายการค้า ว่า หมายถึงสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นในลักษณะของกราฟฟิก โดยสามารถจำแนกสินค้าหรือบริการของอันหนึ่งออกจากอีกอันหนึ่งได้ และได้บัญญัติรับรองเรื่องการใช้เครื่องหมายการค้า อาจจะมีความหมายอีกประการหนึ่งซึ่งหมายถึงความชัดเจนของเครื่องหมายที่ได้แสดงออก ซึ่งความชัดเจนในที่นี้มิได้หมายถึงความชัดเจนของเครื่องหมายในการแยกแยะสินค้าหรือบริการของบุคคลหนึ่งออกจากบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งใดๆ แม้ว่าจะมีรูปร่างหรือไม่มีรูปร่าง แต่หากสิ่งๆ นั้นสามารถแยกแยะสินค้าหรือบริการออกจากกันได้ สิ่งๆ นั้นก็สามารถเป็นเครื่องหมายการค้าได้

ทั้งนี้ เครื่องหมายการค้ากลิ่นและเครื่องหมายการค้าเสียงจัดเป็นเครื่องหมายการค้ายุคใหม่ที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจในการนำมาใช้กับกิจการของตน เพราะมีความแปลกแตกต่างไปจากเครื่องหมายการค้าในรูปแบบดั้งเดิม อีกทั้งเป็นช่องทางการตลาดที่ยังมีผู้ประกอบการน้อยรายนำมาใช้ ส่งผลให้เครื่องหมายการค้าประเภทนี้เป็นที่จดจำของผู้บริโภคได้ง่าย ตัวอย่างของเครื่องหมายการค้าเสียง ได้แก่ เครื่องหมายการค้าเสียงของอินเทล เครื่องหมายการค้าเสียง Jingle ของ Twentieth Century Fox ในช่วงต้นของการชมภาพยนตร์ เครื่องหมายการค้าเสียงเปิดและปิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Windows ของไมโครซอฟท์ ส่วนเครื่องหมายการค้ากลิ่น ยกตัวอย่างเช่น กลิ่นหอมของผลไม้ที่ใช้กับน้ำมันเครื่อง กลิ่มหอมของดอกไม้ที่อยู่ในบริเวณด้ามแปรงสีฟัน กลิ่นหอมของหญ้าตัดใหม่ที่อยู่บนลูกเทนนิส เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2556 และผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว

โดยร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้านี้ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายประการ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1) แก้ไขบทนิยามคำว่า เครื่องหมายการค้า เพื่อกำหนดให้หมายความถึงกลิ่นและเสียง 2) กำหนดบ่งเฉพาะของรูปภาพ รูปร่างหรือรูปทรง กลิ่นและเสียง 3) ขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 4) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถขอผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุการจดทะเบียนได้ และ 5) กำหนดผลทางกฎหมายในกรณีการโอนหรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่มีการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

ซึ่งโดยหลักการแล้วการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้านี้ ปัจจุบันการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในระดับสากลได้มีการขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครองไปยังเครื่องหมายการค้าประเภทใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันยังครอบคลุมไม่ถึง จึงสมควรขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า และปรับปรุงขั้นตอนตลอดจนระยะเวลาจดทะเบียนให้เกิดความชัดเจนและรวดเร็ว รวมทั้งปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสม เพื่อขยายความคุ้มครองให้เครื่องหมายการค้าประเภทกลิ่นและเสียง สามารถนำมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในระดับสากล

นอกจากนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวยังสนับสนุนเครื่องหมายการค้ากลิ่นและเสียงซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอีกชนิดหนึ่งที่มีค่ามากมายมหาศาล รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์แก่ระบบเศรษฐกิจในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการคุ้มครองเครื่องหมายการค้ากลิ่นและเสียงจะเป็นการขยายความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าให้เป็นไปในระดับสากล และเป็นการสนับสนุนทรัพย์สินทางปัญญา แต่หากมองในส่วนของความพร้อมในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และขั้นตอนต่างๆ ในการปฏิบัติงานที่จะต้องเพิ่มมากขึ้นนั้น ขณะนี้ประเทศไทยในส่วนของเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในการที่จะพิสูจน์ความแตกต่าง โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้ากลิ่น ซึ่งอาจจะต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้และเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เพราะในการพิสูจน์ความแตกต่างนี้มิอาจทำได้เพียงการดมกลิ่นเท่านั้น แต่อาจจะเป็นการพิสูจน์โดยใช้โครงสร้างทางเคมี ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนนี้จะต้องเพิ่มภาระงบประมาณให้แก่รัฐที่จะต้องจ้างบุคลากรดังกล่าวมาเพื่อวิเคราะห์เครื่องหมายการค้านี้ และในขณะเดียวกันในส่วนของผู้ขอจดทะเบียนจะต้องมีความยุ่งยากและมีภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการวิจัยและพัฒนาเครื่องหมายการค้าประเภทนี้ และจะมีผู้ผลิตที่มีความต้องการจดทะเบียนมากน้อยเพียงใด มีความคุ้มค่ากับการจดทะเบียนนี้หรือไม่ ซึ่งในระยะแรกนั้นอาจมีผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเภทนี้น้อยมาก การจ้างบุคลากรเป็นบุคลากรประจำอาจส่งผลให้ในแต่ละเดือนอาจจะทำให้เสียงบประมาณของรัฐโดยเปล่าประโยชน์ ในขณะที่เครื่องหมายการค้าเสียงอาจเป็นที่จดจำได้ดีกว่า และสามารถแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ได้ชัดเจนมากกว่าเครื่องหมายการค้ากลิ่น เพราะในปัจจุบันถึงจะยังไม่ได้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเสียง แต่ผู้บริโภคก็รับรู้ได้ว่าเสียงนี้เป็นเครื่องหมายการค้าของสินค้าใด ยี่ห้อใด และคล้ายจะเป็นเครื่องหมายการค้าไปในตัวเสียแล้ว ดังนี้หากพิเคราะห์แล้วจะเห็นว่าหากมีการอนุญาตให้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทนี้ อาจจะได้รับความสนใจในการยื่นขอจดทะเบียนมากกว่าเครื่องหมายการค้ากลิ่น

ทั้งนี้ เพื่อให้ก้าวทันกับยุคโลกาภิวัตน์ในการแก้ไขพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าครั้งนี้ การที่สามารถนำกลิ่นและเสียงมาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการ น่าจะถือเป็นเรื่องที่ดีของผู้ประกอบการค้าของไทยที่จะได้มีโอกาสขยายความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของตน และทำให้ผู้ประกอบการค้าของไทยมีโอกาสแข่งขันในเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และเวทีโลกมากขึ้น ทั้งยังส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก