
จารุพงศ์ลั่นอย่าโทษพท.แก้รธน.จุดชนวนขัดแย้ง
"จารุพงศ์"ลั่นอย่าโทษเพื่อไทยยื่นแก้รธน.เป็นชนวนสร้างเหตุรุนแรง ชี้มีข้อบกพร่องจำเป็นต้องแก้ไข
"จารุพงศ์"ลั่นอย่าโทษเพื่อไทยยื่นแก้รธน.เป็นชนวนสร้างเหตุรุนแรง ชี้มีข้อบกพร่องจำเป็นต้องแก้ไข
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศด้วยพันธะสัญญาที่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ที่เกิดจากการรัฐประหาร เพราะผู้ที่ยกร่างเป็นบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งไม่ใช่สรรหา ประชาชนไม่ได้มีส่วนได้การตัดสินใจ
พรรคเพื่อไทยจึงประกาศขอมาแก้ไขในส่วนที่ไม่ดี ประชาชนถึงได้เลือกเเข้ามาบริหาร มีเสียงข้างมากในสภา แต่กว่า 2 ปีแล้วยังไม่ได้เริ่ม คนที่เลือกก็ทวงถามว่าเมื่อไหร่จะทำ จึงต้องเดินหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ต้องทำ หากถามว่าจะเกิดรุนแรงหรือไม่ ยืนยันว่าความรุนแรงไม่ได้มาจากรัฐบาลหรือพรรคที่เสนอแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเสนอแก้ตามกติกาทุกอย่าง
“ที่บอกว่ากลัวความรุนแรง หรือเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นมา คนที่จะทำให้เหตุการณ์ไม่ดีคือคนที่ไม่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญใช่ไหม แสดงว่าเป็นกลุ่มคนที่สนับสนุนการรัฐประหารใช่ไหม อย่าเอาความผิดมาลงที่รัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยว่าเป็นตัวจุดชนวนความร้อนแรง” นายจารุพงศ์ กล่าว
นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ต้องการแก้มาตรา 190 เพราะรัฐบาลไปเจรจากับใครก็ไม่ได้ ให้มาขอกรอบเจรจาก่อน พออนุมัติกรอบเจรจาแล้ว ถ้าจะตกลงอย่างไรก็ไปขออนุมัติอีกรอบ ถึงจะทำสัญญาได้ แต่ประเทศคู่เจรจาก็รู้หมดแล้วว่ามีกรอบแค่ไหน แล้วอย่างนี้ไม่เสียเปรียบได้ไง ทำไมไม่ให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การที่รัฐบาลได้เสียงข้างมากมาก็ควรปล่อยให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ส่วนมาตรา 68 ที่ขอแก้ เพราะเห็นชัดเจนไม่ว่าจะอ่านยังไงก็หมายถึงต้องส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาก่อน และสมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 40 ก็เขียนเป็นบรรทัดฐานไว้แล้ว รวมถึงก็เคยมีการวินิจฉัยกรณีนี้ด้วย แต่กลับบอกว่ามีอำนาจหมดทุกอย่าง จึงต้องขอแก้เพี่อให้เคลียร์
ขณะที่ มาตรา 237 การยุบพรรคอย่างไม่เป็นธรรม ใครไปทำผิดคนหนึ่งในกรรมการบริหารก็ยุบทั้งหมดเลย ถ้าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยจริงๆแล้ว จะต้องทำให้สถาบันพรรคการเมืองเป็นสถาบัน ไม่ใช่ปล่อยให้ล้มลุกคลุกคลานอยู่
"ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายุบพรรคมา 2 หน ดังนั้น เราจึงอยากเห็นกติกาบ้านเมืองที่เป็นธรรม หมายถึงรัฐบาลและสภาออกกฎหมายมาที่ครอบคลุมคนทั้งประเทศได้ และมีสมดุลคือก่อนที่จะเข้ามาบริหารประเทศจึงขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นคนตัดสินใจ แล้วถ้าในสภามีมติอย่างไร ก็ต้องเอาตามนั้น แต่เรากำลังถูกปั่นหัว กลายเป็นว่าสิ่งที่เราขอแก้กลายเป็นความเลวไปเลย"นายจารุพงศ์กล่าว







