
ปชป.สับแก้มาตรา68ตัดสิทธิประชาชน
ปชป.สับแก้มาตรา 68 ตัดสิทธิประชาชนชี้ ให้อำนาจอสส.ฝ่ายเดียวไม่ถูก เข้าข่ายช่วยฝ่ายการเมือง
ปชป.สับแก้มาตรา 68 ตัดสิทธิประชาชนชี้ ให้อำนาจอสส.ฝ่ายเดียวไม่ถูก เข้าข่ายช่วยฝ่ายการเมือง
นายถวิล ไพรสณฑ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 3 ฉบับว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไขมาตรา 68 เพราะการให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการกระทำที่ล้มล้างการปกครองแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ให้ประชาชนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงถือว่าเป็นการตัดสิทธิประชาชนชัดเจน
นายถวิล กล่าวว่า ในทางปฎิบัติการทำงานของอัยการมีเรื่องให้พิจารณาจำนวนมากอยู่แล้ว ดังนั้น หากให้อัยการสูงสุดมาทำหน้าที่นี้แต่เพียงฝ่ายเดียวกันย่อมทำให้การพิจารณากลั่นกรองตามมาตรา 68 เป็นอย่างล่าช้า ที่สำคัญการทำหน้าที่ของอัยการก็มีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ว่าได้ทำหน้าที่เป็นแผ่นดินสมกับเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่
“ปัจจุบันองค์กรอัยการมีบุคคลทำหน้าที่อัยการประมาณ 3 พันคน และมีอัยการระดับอาวุโสถึง 19 คนตั้งแต่อัยการสูงสุด รองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างๆประมาณ 19คน เข้าไปทำหน้าที่ในบอร์ดรัฐวิสาหกิจที่ฝ่ายการเมืองแต่งตั้งขึ้น ยกตัวอย่างอัยการสูงสุดคนปัจจุบัน (จุลสิงห์ วสันตสิงห์) มีตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง เช่น การบินไทย ปตท. ธนาคารกรุงไทย หรือแม้แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” นายถวิล กล่าว
นายถวิล กล่าวอีกว่า นอกเหนือไปจากปัญหาการทำงานที่อาจล่าช้าแล้วยังมีเรื่องระบบอุปถัมภ์ที่จะมีผลต่อการกลั่นกรองของอัยการอีก เพราะอย่าลืมว่าฝ่ายการเมืองเป็นผู้แต่งตั้งอัยการเข้าไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจรับทั้งเงินเดือน เบี้ยประชุม และโบนัส แน่นอนว่าย่อมมีความผูกพันกับนักการเมืองที่เป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจในองค์กรเดียวกันด้วย จึงเห็นว่าหากให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองเพียงฝ่ายเดียวอาจจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 68







