
อย่ากู้เกินตัว
โดยข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องที่ประเทศไทยต้องลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบรางเพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ สร้างความสามารถในการแข่งขัน
โดยข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องที่ประเทศไทยต้องลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบรางเพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ สร้างความสามารถในการแข่งขัน
แต่การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรน ที่ใช้เงินกู้ในร่างกฎหมายนี้เกือบ 8 แสนล้านบาท โดยไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และก่อสร้างเพียงครึ่งทางเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามมากมาย
เพราะในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รถไฟความเร็วสูงลงทุนเพื่อเชื่อมโลก เชื่อมการค้าชายแดน
แต่เส้นทางที่ปรากฏในกฎหมาย กลับเป็นรถไฟหัวกุด คือสายอีสาน ที่เป้าหมายคือ กรุงเทพฯหนองคาย กลับสร้างแค่ จ.นครราชสีมา เส้นทางใต้ที่ต้องสร้างให้ถึงปาดังเบซาร์ กลับสิ้นสุดแค่หัวหิน แม้กระทั่งสายเหนือกรุงเทพฯเชียงใหม่ รมว.คมนาคม ก็ยอมรับว่า จะเสร็จพร้อมกรุงเทพฯปาดังเบซาร์ โดยเฟสแรกจะสร้างให้ถึง จ.พิษณุโลก เท่านั้น
สภาพรถไฟหัวกุดเช่นนี้จะตอบสนองการค้าตามแนวชายแดนได้อย่างไร และจะใช้ขนส่งอะไร
เพราะหากจะใช้ขนส่งคน ซึ่งคือนักท่องเที่ยวเป็นหลัก เส้นทางเพียงครึ่งเดียวก็ไม่จูงใจให้ใช้บริการ ไม่นับค่าโดยสารที่มีแนวโน้มจะแข่งขันกับโลว์คอสต์แอร์ไลน์ไม่ได้
หรือหากจะใช้ขนส่งผัก ผลไม้ อย่างที่นายกฯ กล่าวในสภาว่า “ถ้ามีรถไฟความเร็วสูง เวลาขนผัก ผักจะไม่เน่า” นั้น รถไฟความเร็วสูงก็ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการส่งออก ที่ปัจจุบันใช้การขนส่งทางอากาศ ส่วนการขนส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้านก็ทำไม่ได้ เพราะเส้นทางเชื่อมไปไม่ถึง
จึงเป็นที่มาของคำถามจากภาคเอกชน ที่เป็นคำถามสามัญในการลงทุนทั่วไป ทั้งเรื่องการบริหารจัดการว่ารัฐบาลจะให้หน่วยงานใดเข้ามาบริหาร เพื่อรับประกันว่าจะไม่ขาดทุนเหมือนรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ รวมทั้งประเด็นอัตราค่าโดยสาร ความคุ้มค่าของการลงทุน ระยะเวลาคุ้มทุน
เพราะคำถามทั้งหมดนี้ นำไปสู่คำตอบว่า รัฐบาลจะมีรายได้มาชำระหนี้ได้หรือไม่
เนื่องจากครั้งนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้ระบบงบประมาณในการลงทุน แต่ออกกฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงินมหาศาลถึง 2 ล้านล้านบาท ดอกเบี้ยอีก 3 ล้านล้านบาท รวม 5 ล้านล้านบาท ใช้เวลาชำระหนี้ถึง 50 ปี
การให้ประชาชนแบกรับภาระหนี้ระดับนี้ รัฐบาลควรจะต้องมีการศึกษาให้รอบคอบ และเลือกกู้มาใช้เฉพาะโครงการที่ให้ประสิทธิภาพในการลงทุนสูงสุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากเพียงพอในการชำระหนี้
ไม่ใช่กู้จนเกินตัว จนสุดท้ายทำให้ประเทศล้มละลาย







