
รัฐบาลเมียนมาร์จัดยิ่งใหญ่ถวายสมณศักดิ์ อัครมหาบัณฑิต แด่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
รัฐบาลสหภาพเมียนมาร์ ถวายสมณศักดิ์ อัครมหาบัณฑิต แด่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศาตราจารย์พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.)
รัฐบาลสหภาพเมียนมาร์ ถวายสมณศักดิ์ อัครมหาบัณฑิต แด่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศาตราจารย์พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.)
โดย...สมาน สุดโต
รัฐบาลสหภาพเมียนมาร์ ถวายสมณศักดิ์ อัครมหาบัณฑิต แด่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศาตราจารย์พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม และพระเถระเมียนมาร์อีก 150 รูป อย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติยิ่ง ณ มหาศาสนวิมาน แห่งมหาเจดีย์อุปปาตสันติ ที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งใหม่ เมืองเนย์ปิดอว์ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2556
ผู้นำประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดี เต็งเส่ง รองประธานาธิบดี Dr.Sai Kham คณะรัฐมนตรีอื่นๆ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้ง U Soe Win รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศาสนา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คณะสงฆ์ไทยประมาณ 40 รูป นำโดยพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประชาชนชาวไทยเมียนมาร์ ได้มาร่วมงานด้วยความปลื้มปีติ ณ เมืองเนย์ปิดอว์ เมืองหลวงใหม่ ที่มีพื้นที่ 7,054 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนที่ราบสูงหงสาวดีและฉาน ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2545 เพื่อเตรียมรับความรุ่งเรืองในอนาคต โดยสร้างเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา และถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ส่วนเอกชนกำลังลงทุนสร้างโรงแรมคอยรับนักท่องเที่ยวเป็นระยะๆ และที่สร้างเสร็จรับนักท่องเที่ยวก็มีไม่น้อย
ในขณะเดียวกัน สำนักวิปัสสนามหาสีสาสนยิกตา กรุงย่างกุ้ง จัดพิธีถวายมุทิตาสักการะ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ และท่านอภิธชะมหารัฐคุรุ ในวันที่ 27 มี.ค. ในฐานะที่ทั้งสองท่านเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักวิปัสสนาที่มีชื่อเสียงของเมียนมาร์แห่งนี้
โดยสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ได้มีความสัมพันธ์ทางธรรม โดยเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมอบตนเป็นศิษย์ของพระภัททันตะอาสภะมหาเถระ พระสงฆ์ชาวเมียนมาร์แห่งวิเวกอาศรม จ.ชลบุรี ที่สอนวิปัสสนากรรมฐานตามแบบสำนักมหาสีสาสนยิกตา ในขณะที่ท่านอภิธชะมหารัฐคุรุนั้นเป็นศิษย์โดยตรงของสำนักฯ ซึ่งปัจจุบันอายุ 80 ปีเศษ
ความที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในสหภาพเมียนมาร์ จึงเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน เช่น MRT ทีวีของเมียนมาร์ ขอสัมภาษณ์พิเศษ เรื่องความใกล้ชิดแห่งพระพุทธศาสนาไทยกับสหภาพเมียนมาร์ และความสำคัญการฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานอีกด้วย
บรรยากาศในการถวายสมณศักดิ์ที่มหาศาสนวิมานนั้น เพียบพร้อมด้วยเกียรติยศที่มีศรัทธาในพระพุทศาสนาเป็นหลัก จึงเห็นประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีอยู่ในที่ประชุมประมาณ 3 ชั่วโมงจนจบพิธี โดยคณะบุคคลชั้นนำทั้งหมดเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีที่มีความเคารพพระสงฆ์ จึงนั่งบนพื้นที่มีเพียงพรมปูเท่านั้น
เมื่อพิธีถวายสมณศักดิ์เสร็จในเวลาประมาณ 15.30 น. คณะพระเถระที่ได้รับสมณศักดิ์ทั้งสิ้น 150 รูป ต้องเดินเข้าขบวนพร้อมเครื่องประกอบสมณศักดิ์ เช่น ใบตราตั้ง ฉัตรสีขาว และธงปักชื่อ เพื่อรับไทยธรรมจากประชาชนผู้ศรัทธาจำนวนมากรวมทั้งประธานาธิบดี เต็งเส่ง ที่ตั้งแถวยาวประมาณ 6-700 เมตร ตั้งแต่ศาลามหาศาสนวิมานไปตามลานพระมหาเจดีย์อุปปาตสันติ โดยใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ จึงถวายเครื่องไทยธรรมเสร็จ
มหาเจดีย์อุปปาตสันติ เป็นพระเจดีย์ใหญ่ที่รัฐบาลทหารเมียนมาร์สร้างคู่เมืองเนย์ปิดอว์ เมืองหลวงใหม่ เฉกเช่นที่มหาเจดีย์ชเวดากองคู่กรุงย่างกุ้งฉะนั้น ต่างกันแต่ความสูงของเจดีย์ต่างกัน มหาเจดีย์อุปปาตสันติ ต่ำกว่ามหาเจดีย์ชเวดากอง 1 ฟุต คือ สูงเพียง 325 ฟุต ส่วนชเวดากองสูง 326 ฟุต และภายในเจดีย์อุปปาตสันติมีสัณฐานเปิดกว้าง ประดับด้วยหินหยกที่แกะสลักเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติโดยรอบ สามารถเข้าไปนมัสการ หรือนั่งสมาธิในองค์พระเจดีย์ได้
เมื่อเสร็จพิธีที่เมืองเนย์ปิดอว์ รุ่งขึ้นวันที่ 27 มี.ค. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์กับคณะสงฆ์และประชาชนชาวไทยประมาณ 96 ท่าน ได้เดินทางโดยเครื่องบินในประเทศจากสนามบินเมืองเนย์ปิดอว์ไปยังสนามบินมิงกลาดอน กรุงย่างกุ้ง โดยใช้เวลาบินประมาณ 45 นาที (ถ้าเดินทางรถยนต์ใช้เวลา 45 ชั่วโมง)
สนามบินเนย์ปิดอว์สร้างใหม่ แต่ยังไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรับเครื่องบินพาณิชย์ได้อย่างดีในอนาคต
ส่วนถนนที่ติดต่อระหว่างสนามบินกับเมืองใหม่ เป็นถนนซูเปอร์ไฮเวย์ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ที่สร้างไปตามแนวทุ่งนา ที่ช่วงนี้เห็นแต่ความแห้งแล้ง ก่อนเข้าถึงเมืองหลวงที่สภาพเป็นป่าและเนินเขา
ณ กรุงย่างกุ้ง หลังจากคณะสงฆ์ฉันเพลแล้ว พิธีถวายมุทิตาสักการะแด่พระมหาเถระทั้งสองรูปเริ่มขึ้นในเวลาบ่าย ที่สำนักวิปัสสนามหาสีสาสนยิกตา โดยคณะสงฆ์ชาวไทย เมียนมาร์ และประชาชนทั้งสองประเทศร่วมแสดงความปีติยินดีด้วย
ในการนี้พระเถระชาวเมียนมาร์ แต่งฉันท์สรรเสริญเกียรติคุณทั้งสองท่าน
พระพรหมบัณฑิต (ดร.ประยูร) กรรมการมหาเถรสมาคม และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวสัมโมทนียกถาเป็นภาษาอังกฤษ สรุปใจความว่า การที่รัฐบาลสหภาพเมียนมาร์ ถวายสมณศักดิ์ อัครมหาบัณฑิต แต่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์นั้นเป็นการถวายที่ถูกตัว ถูกบุคคล เพราะสมเด็จพระพุทธชินวงศ์นั้นเป็นนักปราชญ์ มีความรู้ความสามารถจนเป็นที่ยอมรับ จะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ พระราชทานศาตราจารย์พิเศษ วิชาสาขาภาษาบาลี เมื่อ พ.ศ. 2549 และเมื่อดำรงสมณศักดิ์สูงที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชอีกด้วย
ท่านเป็นผู้ที่สร้างสัมพันธ์ทางศาสนาระหว่างประเทศเป็นประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ด้านงานประพันธ์นั้นท่านชำระหนังสือที่ผู้อื่นแปลให้ถูกต้องทั้งเนื้อหา และสำนวนภาษามีผลงานการแปลหลายเรื่อง และประพันธ์ตำราเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาหลายเล่ม รวมทั้งล่าสุด สร้างสัททานุกรมพระไตรปิฎกเชิงวิจัยฉบับบาลี-ไทย พจนานุกรมพระไตรปิฎก สำเร็จเป็นเล่มแล้ว 1 เล่ม (หนา 1,000 หน้า) จากจำนวน 69 เล่ม หลังจากดำเนินการมาเป็นเวลา 20 ปี
ช่วงสุดท้าย คณะสงฆ์และประชาชนชาวไทย รวมทั้งคณะศิษย์ของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้จัดผ้าป่าเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านจ๊าด หรือเป็นเงินไทย 333,333 บาท เพื่อเป็นปฏิการคุณต่อสำนักวิปัสสนามหาสีสาสนยิกตา ที่ช่วยอบรมและสร้างวิปัสสนาจารย์ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย
จากนั้นที่ประชุมร่วมกับสวด จิรัง ติฏฐตุ พุทธานสาสนัง 3 จบ เป็นอันเสร็จพิธี
การถวายสมณศักดิ์ อัครมหาบัณฑิต แด่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้รับการสรรเสริญทั้งชาวไทยและเมียนมาร์ ว่า ยิ่งใหญ่สมฐานะยิ่งนัก เพราะสมเด็จฯ ท่านเป็นพระนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนารูปหนึ่งในปัจจุบัน สาธุ







