
สรรพากรยันไม่ขึ้นภาษีแวตแม้อัตราต่ำสุดในโลก
อธิบดีสรรพากรยันไม่มีนโยบายขึ้นภาษีแวต ยอมรับไทยมีอัตราจัดเก็บต่ำที่สุดในโลก
อธิบดีสรรพากรยันไม่มีนโยบายขึ้นภาษีแวต ยอมรับไทยมีอัตราจัดเก็บต่ำที่สุดในโลก
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเก็บภาษีของไทยปัจจุบันมีสัดส่วน 19% ของจีดีพี ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนที่เก็บภาษีอยู่ที่ 21% ของจีดีพี หรือกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ โออีซีดี เก็บภาษีอยู่ที่ 35% ของจีดีพี
ที่ผ่านมากระทรวงการคลังมีแนวคิดเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต จากปัจจุบัน 7% โดยประเมินว่า การขึ้นแวต 1% ทำให้เก็บภาษีเพิ่ม 8.4 หมื่นล้านบาท และไม่เป็นภาระประชาชน
“เป็นเรื่องที่ฝ่ายนโยบายต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร และมีความจำเป็นต้องหารายได้เพิ่มมากขนาดไหน” นายรังสรรค์ กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงคลังยังอยู่ระหว่างเสนอให้ฝ่ายนโยบายทบทวนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอีกครั้งหนึ่ง
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเก็บภาษีแวตที่ 5% ต่ำกว่าไทย แต่ญี่ปุ่นจะปรับเพิ่มเป็น 10% ในปลายนี้ ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เก็บภาษีแวตต่ำที่สุดในโลก
“ส่วนประเทศไทยเวลานี้ยังไม่มีนโยบายของภาครัฐออกมาอย่างเป็นทางการ เรื่องการปรับโครงสร้างภาษี และผมเชื่อในประสิทธิภาพภาครัฐเรื่องการหารายได้ จึงมั่นใจว่ายังไม่มีการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน” นายสาธิต กล่าว
ปัจจุบันรายได้จากภาษีแวตมีสัดส่วนสูงสุด 40% ของการจัดเก็บรายได้ทั้งหมด ส่วนภาษีบุคคลธรรมดาและภาษีนิติบุคคล รวมแล้วมีสัดส่วน 50% ที่เหลือ 10% เป็นภาษีอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการจัดเก็บรายได้กรมสรรพากรล่าสุดเมื่อปลายเดือน ก.พ. จะสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 25% แต่ที่ห่วงคือช่วงการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ปีนี้ลดเหลือ 20% จาก 23% ในปีก่อนหน้า อาจจะส่งผลให้สรรพากรมีรายได้ลดลงบ้าง แต่กรมไม่ประมาทได้ตรวจสอบภาคธุรกิจล่วงหน้ามาแล้ว โดยดูจากการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะสะท้อนถึงรายรับทั้งปี นอกจากนี้การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ทำให้กรมมีรายได้เพิ่มขึ้นจากแวตมาชดเชยระดับหนึ่ง และยังเป็นการขยายฐานภาษี
นายถาวร รุจิวนารมย์ หัวหน้าหุ้นส่วนกรรมการอาวุโสและกรรมการบริหาร บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาษีแวตของไทยควรปรับเพิ่มขึ้นมากกว่านี้







