
ขย่มล้มนาปรัง
วีรพงษ์เสนอรัฐเลิกใช้ภาษีรับจำนำแนะโยกงบฯ สร้างระบบชลประทานฟื้นพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดรับลงทุน
วีรพงษ์เสนอรัฐเลิกใช้ภาษีรับจำนำแนะโยกงบฯ สร้างระบบชลประทานฟื้นพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดรับลงทุน
‘วีระพงษ์’ แนะรัฐบาลเลิกใช้เงินภาษีอุ้มจำนำข้าวนาปรัง เร่งฟื้นอีสเทิร์นซีบอร์ด
นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) กล่าวว่า ประเทศไทยควรพัฒนา 2 ด้าน คือ ปฏิรูปโครงสร้างภาคเกษตร รวมถึงการขานรับด้านการลงทุนระบบราง การสร้างท่าเรือน้ำลึก ท่าอากาศยานรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
นายวีรพงษ์ กล่าวว่า ในการปรับโครงสร้างภาคเกษตร รัฐบาลควรยกเลิกการนำเงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนสินค้าเกษตรที่จะลดการผลิต เช่น ข้าวนาปรัง เพราะต้นทุนในการปลูกข้าวของไทยเริ่มสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงลดการผลิตพืชหลัก 6 ชนิด คือ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย ข้าวโพด และควรนำเงินที่อุดหนุนสินค้าเกษตรดังกล่าวเอาไปพัฒนาระบบชลประทาน
นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า การปฏิรูปภาคเกษตรควรหันมาเพิ่มมูลค่า และจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ เช่น การปลูกข้าวหอมมะลิ ข้าวปลอดสาร รองรับตลาดของคนรวยที่ต้องการบริโภคอาหารสุขภาพ และเปลี่ยนวิธีจากการปลูกมาเป็นการเลี้ยง เช่น การเลี้ยงปลาสลิด ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าการปลูกข้าวนาปรัง
“เราไม่มีทางผลิตข้าวแข่งกับเวียดนาม พม่าได้ และเราไม่ควรแข่ง เสียดายพื้นที่และเสียดายเงินที่ต้องไปอุดหนุนสินค้าเกษตรที่มีราคาถูก” นายวีรพงษ์
นายวีรพงษ์ เปิดเผยอีกว่า ด้านการพัฒนานั้นได้เสนอนายกรัฐมนตรีให้หันมาฟื้นแผนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก หรือ อีสเทริน์ซีบอร์ด รอบสอง เพราะนักลงทุนญี่ปุ่นได้ขยายการลงทุนไปแล้วโดยที่ภาครัฐยังตามไม่ทัน
“ได้เสนอว่าให้มีการคิดถึงการใช้ประโยชน์แม่น้ำบางปะกงเพื่อเป็นแหล่งน้ำในเชิงอุตสาหกรรมและน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคตั้งแต่ชลบุรีไประยอง และจากมาบตาพุดไปโคราช รวมถึงการพัฒนาระบบรางที่จะสร้างทางไปถึงระยอง และการฟื้นสนามบินอู่ตะเภาเพื่อรองรับหลังสุวรรณภูมิและดอนเมืองเริ่มเต็มศักยภาพ” นายวีรพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังเสนอแนะให้หาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่รับนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น







