
แฉวิปรัฐชูนิ้วให้สมาชิกโหวตลงมติตามสั่ง
"รสนา"โพสต์ภาพวิปรัฐบาลชูนิ้วให้สัญญาณสมาชิกโหวตลงมติตามสั่ง ซัดประชาธิปไตยเสียงข้างมากไม่ต้องใช้สมอง-ไร้ความอิสระ
"รสนา"โพสต์ภาพวิปรัฐบาลชูนิ้วให้สัญญาณสมาชิกโหวตลงมติตามสั่ง ซัดประชาธิปไตยเสียงข้างมากไม่ต้องใช้สมอง-ไร้ความอิสระ
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร โพสต์ภาพการประชุมรัฐสภาที่มีสมาชิกกำลังชูนิ้ว 2 นิ้ว พร้อมข้อความระบุว่า การประชุมร่วมสองสภาในวันนี้ วันที่12 มีนาคม 2556 มีเหตุการณ์ที่ควรจดจำสำหรับวุฒิสภาว่า สัญญาสุภาพบุรุษเป็นสิ่งที่หาได้ยากในสภาแห่งนี้ เมื่อเสียงข้างมากได้ในสิ่งที่เขาปรารถนาแล้ว สัญญาที่ให้ไว้ ก็อย่าหวังว่าเขาจะรักษา นี่เป็นครั้งที่2 ของเหตุการณ์ทำนองนี้
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า วันนี้มีวาระการประชุมที่วุฒิสภาจะขออนุมัติรัฐสภาให้อนุมัติให้วุฒิสภาสามารถพิจารณาเรื่องรายงานของกรรมาธิการ และการพิจารณาญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญในสมัยนิติบัญญัติ ซึ่งค้างมาตั้งแต่สมัยทั่วไปเมื่อปีที่แล้ว
เป็นวาระพิจารณาที่ถูกเลื่อนมาจากการพิจารณาครั้งก่อน ด้วยเหตุผลว่าในญัตติของวุฒิสภาดันมีเรื่องของการที่รัฐบาลต้องแถลงผลงาน 1ปีของรัฐบาลรวมอยู่ด้วย
วิปรัฐบาลมาเจรจากับวิปวุฒิสภาว่าขอให้เลื่อนวาระพิจารณานี้ไปก่อนจนกว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. เสร็จสิ้นไป เพราะรัฐบาลยังไม่ต้องการรายงานผลงาน 1ปีของรัฐบาลก่อนเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันได้ วุฒิสภายินดีให้ความร่วมมือการเจรจากันนี้ควรถือได้หรือไม่ว่า เป็นสัญญาสุภาพบุรุษ ที่แม้ไม่ได้เซนต์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ควรเป็นเรื่องที่ต้องรักษาข้อตกลงกันไว้
มาถึงวันนี้ส.ส ของพรรครัฐบาลพากันอภิปรายไม่เห็นด้วย โดยอ้างรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ทั้งที่เป็นรัฐธรรมนูญที่เขาก็ไม่ได้ให้ความเคารพกันสักเท่าไหร่ แม้รัฐธรรมนูญมีข้อยกเว้นให้พิจารณาเรื่องอื่นๆในสมัยนิติบัญญัติได้เมื่อรัฐสภาอนุมัติ ก็พากันอภิปรายไม่เห็นด้วยที่จะให้วุฒิสภาพิจารณารายงาน และเรื่องอื่นๆ ทั้งที่เวลานี้ก็ไม่มีกฎหมายให้พิจารณามากนัก เพราะรัฐบาลและสภาไปใช้เวลากับเรื่องจะออกพ.ร.ก ปรองดอง ทั้งที่ก็อยู่ในสมัยนิติบัญญัติ จะออกเป็นพ.ร.บ ก็กลัวเสียเวลา คิดจะหักดิบออกเป็นพ.ร.ก เสียเลยเพราะเป็นก.มของฝ่ายบริหาร
การประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้ วาระหมดตั้งแต่บ่าย2โมง
เมื่อเสียงข้างมากโหวตไม่อนุมัติให้วุฒิสภาพิจารณารายงานการประชุม และเรื่องอื่นๆ ทำให้สมาชิกวุฒิสภาไม่พอใจ และต่อว่าเรื่องไม่รักษาสัญญา ก็มี ส.ส พรรครัฐบาลลุกขึ้นมาตอบโต้ โดยอ้างเรื่องหลักการประชาธิปไตยว่าทุกคนมีอิสระในการตัดสินใจ และวุฒิสภาก็ต้องยอมรับมติของเสียงข้างมาก
หลักการประชาธิปไตยอาศัยเสียงข้างมากก็จริงอยู่ แต่เป็นเสียงข้างมากที่ได้ใช้วิจารณญาณอย่างอิสระคงจะไม่จริง และเป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะในการลงมติแต่ละครั้ง ไม่มีใครลงอิสระได้ วิปรัฐบาลจะคอยชูนิ้วให้สมาชิกโหวตตามคำสั่ง ชู 2นิ้ว แปลว่าให้กด " เห็นด้วย " ชู 3นิ้ว แปลว่าให้กด" ไม่เห็นด้วย"
ที่ต้องชู 2นิ้วหรือ 3 นิ้ว ก็ไม่ใช่อะไร ปุ่มกดลงคะแนน ช่องที่1 คือกดแสดงตน ปุ่มที่2 คือกดเห็นด้วย ส่วนปุ่มที่3 คือกดไม่เห็นด้วย
ประชาธิปไตยเสียงข้างมากแบบง่ายๆมีเท่านี้เอง ไม่ต้องใช้สมอง ใช้ไม่เกิน3นิ้วมือ ที่กำกับการบริหารบ้านเมือง การกู้เงินเป็นแสนล้าน หรือล้านล้านก็ยังได้ รวมทั้งออกกฎหมายไว้บังคับใช้กับประชาชนทั้งประเทศ จะไปตกลงเจรจาทำสัญญากับใคร เช่น เจรจาทวิภาคีไทย- อียู จะได้ฟังเสียงประชาชนหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะในสภานิติบัญญัติ เรามีแค่ 2นิ้ว ก็ควบคุมประชาธิปไตยเสียงข้างมากได้แล้วค่ะ
เห็นไหมคะ ประชาธิปไตยเป็นเรื่อง ง้ายยยง่าย เป็นนวัตกรรมใหม่ของการเมืองไทย "ประชาธิปไตย2นิ้ว"







