
แผนฟื้นฟูฟูกุชิมา
2 ปีผ่านไปหลังเหตุการณ์ภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว และสึนามิที่ญี่ปุ่นในวันที่ 11 มี.ค.นั้น แม้ว่าความเสียหายที่เกิดจากภัยแผ่นดินไหวและสึนามินั้นจะถูกฟื้นฟูไปเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดจากการระเบิดของโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในจังหวัดฟูกุชิมานั้นยังคงอยู่ จึงเป็นความรับผิดชอบของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของญี่ปุ่นที่จะต้องแก้ไข
2 ปีผ่านไปหลังเหตุการณ์ภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว และสึนามิที่ญี่ปุ่นในวันที่ 11 มี.ค.นั้น แม้ว่าความเสียหายที่เกิดจากภัยแผ่นดินไหวและสึนามินั้นจะถูกฟื้นฟูไปเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดจากการระเบิดของโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในจังหวัดฟูกุชิมานั้นยังคงอยู่ จึงเป็นความรับผิดชอบของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของญี่ปุ่นที่จะต้องแก้ไข
ล่าสุด นิกเกอิ หนังสือพิมพ์ชื่อดังของญี่ปุ่นเผยบทบรรณาธิการวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเผยว่าบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดของโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในจังหวัดฟูกุชิมายังคงประสบปัญหาในการฟื้นฟูได้ช้า ทำให้ชาวบ้านกว่า 1.5 แสนคน ยังต้องอยู่อาศัยในที่พักชั่วคราว ในขณะที่กระบวนการกำจัดสารกัมมันตรังสีนิวเคลียร์ในบริเวณรอบๆ โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์นั้นยังไม่เสร็จสิ้น
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ยังเผยว่า การปลดประจำการโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในฟูกุชิมาอาจจะต้องใช้เวลาถึง 40 ปี จึงจะเสร็จสมบูรณ์ และก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าปฏิกรณ์นิวเคลียร์ภายในโรงงานนั้นจะเย็นตัวลงเมื่อไร แต่ก็จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนจัดการฟื้นฟูและเป้าหมายในการฟื้นฟูที่สามารถบรรลุได้ภายใน 23 ปี เพื่อให้ผู้เสียหายภายในพื้นที่บริเวณนั้นได้รู้แน่ชัดถึงอนาคตของตัวเอง
ดังนั้น รัฐบาลของชินโสะ อาเบะ จึงต้องร่วมมือกับบริษัท โตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ โค (เทปโก) ในการนำเสนอแผนการฟื้นฟูใหม่ ซึ่งควรนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการปลดประจำการโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เข้ามาช่วย เช่น การใช้หุ่นยนต์ที่สามารถบังคับได้จากในระยะไกล ในการกำจัดสารกัมมันตรังสีในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย
บทความได้แนะนำทิ้งท้ายว่า รัฐบาลญี่ปุ่นและบริษัท เทปโก ไม่ควรจำกัดการใช้เทคโนโลยีเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่ควรหาเทคโนโลยีใหม่ๆ จากต่างประเทศที่สามารถปลดประจำการโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์และกำจัดสารนิวเคลียร์มาใช้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยค่าใช้จ่ายในการปลดประจำการโรงงานนิวเคลียร์คาดกันว่าจะอยู่ที่หลักหลายล้านล้านเยน







