posttoday
รำลึกถึง โกมล คีมทอง (จบ)

รำลึกถึง โกมล คีมทอง (จบ)

12 มีนาคม 2556

งานปาฐกถามูลนิธิโกมลคีมทองปีนี้มีกิจกรรมเพิ่มเติมจากทุกปีที่ผ่านมา คือ มีการมอบทุนการทำงานให้แก่เครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ จำนวน 10 กลุ่ม

งานปาฐกถามูลนิธิโกมลคีมทองปีนี้มีกิจกรรมเพิ่มเติมจากทุกปีที่ผ่านมา คือ มีการมอบทุนการทำงานให้แก่เครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ จำนวน 10 กลุ่ม

กิจกรรมนี้สืบเนื่องจากพระไพศาล วิสาโล ได้รับ “รางวัลนักเขียนอมตะ” จากผลงานเขียนทรงคุณค่าจำนวนมากของท่าน โดยได้รับเป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท พระไพศาลได้มอบเงินก้อนนี้แก่มูลนิธิโกมลคีมทอง และมูลนิธิเสฐียรโกเศศนาคะประทีป แห่งละ 5 แสนบาท

แต่เนื่องจากผู้ใหญ่ที่มูลนิธิให้ความเคารพนับถือ เห็นว่าที่มาของเงินรางวัลนี้ “มีปัญหา” บางประการ มูลนิธิเสฐียรโกเศศนาคะประทีป จึงปฏิเสธรับเงินก้อนนี้จากพระไพศาล แต่มูลนิธิโกมลคีมทองพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ที่มาของเงินอาจมีปัญหาตามที่ผู้ใหญ่ตั้งประเด็นไว้ แต่รางวัลนี้ก็ได้มาจากผลงานทรงคุณค่ามากมายของพระไพศาล โดยได้รับการพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งตัดสินจากคุณภาพและคุณค่าของงาน และพระไพศาลก็มอบเงินนี้แก่มูลนิธิเพื่อนำไปทำประโยชน์ต่อไป เงินนี้จึงเป็น “กุศล” ส่วนที่มาของเงินแม้จะมี “ตำหนิ” ก็น่าจะพิจารณาอย่างแยกแยะ

ในประวัติพระพุทธศาสนาในประเทศไทยก็มีกรณีการบริจาคเงินจาก “ยายแฟง” ซึ่งเป็นเจ้าของซ่องนางโลม นำไปสร้างวัด คือ “วัดคณิกาผล” ฉะนั้น ด้วยความเคารพต่อความคิดของผู้ใหญ่ ซึ่งทักไว้ด้วยเจตนาดี คณะกรรมการมูลนิธิโกมลคีมทองจึงขอรับเงินบริจาคจากพระไพศาลก้อนนี้ทั้งหมด และด้วยตระหนักถึง “ข้อติติง” ที่ควรรับฟังอย่างยิ่ง เงินนี้คณะกรรมการมูลนิธิจึงพิจารณาให้นำไป “ทำกุศล” ต่อด้วยการมอบแก่เครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ โดยมอบแก่องค์กรภาคประชาชน จำนวน 10 องค์กร ได้แก่

หนึ่ง ชุมชนโคกอีโด่ย เป็นชุมชนที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของชาวบ้านที่ต้องอพยพจากที่ดินทำกินบริเวณพื้นที่ช่องตะโกลำสะโตน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว ได้รวมตัวกันเรียกร้องจนรัฐยอมผ่อนผันให้ทำประโยชน์ในที่ดินได้ ชาวบ้านเรียกชุมชนนั้นว่า “โคกอีโด่ย” หมายถึงชุมชนนอกระบบที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐ

สอง เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2543 มีเป้าหมายร่วมผลักดันให้มีการปฏิรูปที่ดิน การคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม การคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของเกษตรกร และการแก้ปัญหาการคุกคามและดำเนินคดีเกษตรกรรายย่อยอันเกิดจากการประกาศเขตป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอุทยานแห่งชาติบริเวณเทือกเขาบรรทัดทับซ้อนพื้นที่ชุมชน

สาม สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2536 จากการรวมตัวของกลุ่มคนงานโรงงานทอผ้าที่ป่วยด้วยโรคปอดจากฝุ่นฝ้ายและถูกนายจ้างปฏิเสธไม่ยอมรับว่าเจ็บป่วยจากการทำงาน ต่อมาขยายการช่วยเหลือไปยังกลุ่มแรงงานและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษสิ่งแวดล้อม

สี่ กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี เกิดจากการรวมตัวกันเป็นองค์กรชาวบ้านเคลื่อนไหวต่อต้านโครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานี เมื่อกว่าหนึ่งทศวรรษมาแล้ว เพื่อปกป้องวิถีชุมชน ปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

ห้า กลุ่มชาวบ้านอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศลุ่มน้ำชีตอนล่าง เกิดจากกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำชีตอนล่าง ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ดและยโสธร เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและให้มีการจัดการทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศรวมทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรในพื้นที่

หก กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านตำบลทุ่งเขาหลวง จ.เลย ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ ต่อสู้เพื่อไม่ให้เหมืองขยายพื้นที่และให้ปิดเหมืองในที่สุด พร้อมทั้งต้องจัดให้มีการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับสู่สภาพเดิม

เจ็ด กลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำท่าแซะ เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านเพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพร ตั้งแต่ พ.ศ. 2538 โดยการเรียกร้องให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการที่ละเมิดสิทธิของชาวบ้านและการทำรายงานการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอน มีการบิดเบือนความจริงและชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ปัจจุบันเขื่อนท่าแซะยังไม่ได้สร้างและอยู่ระหว่างชะลอโครงการ

แปด กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเชียงทา เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้าน อ.หนองบัวระเหว และเทพสถิต จ.ชัยภูมิ เพื่อตรวจสอบโครงการสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร ซึ่งมีการปิดบังข้อมูล และไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่ชาวบ้านใช้เป็นแหล่งอาหาร มีการต่อสู้มายาวนานกว่ายี่สิบปีแล้ว

เก้า เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานและศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูนิเวศวัฒนธรรมชุมชนเทือกเขาเพชรบูรณ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549 โดยชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากปัญหาพิพาทเรื่องที่ดินจำนวน 24 กรณี ใน 8 จังหวัดภาคอีสานตอนบน เพื่อช่วยติดตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระดับพื้นที่ ทั้งปัญหาที่ดิน ป่าไม้ ที่สาธารณประโยชน์ พื้นที่สัญญาเช่าที่ดินสวนป่า เป็นต้น

สิบ เครือข่ายติดตามผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน เกิดจากการรวมตัวของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยการรณรงค์ให้ข้อเท็จจริงของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระทบต่อสุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชุมชน

กลุ่มและเครือข่ายทั้งสิบนี้ เป็นเพียงภาพสะท้อนจำนวนน้อยของชาวบ้านจำนวนมากมายที่ต้องทุกข์ยากเดือดร้อนจากโครงการพัฒนาที่มุ่งประโยชน์ต่อคนที่ได้เปรียบในสังคมอยู่แล้ว และมองข้ามประชาชนคนเล็กคนน้อยในพื้นที่ เงินทุนที่มอบให้เป็นเพียงสัญลักษณ์เพื่อหวังเป็นการจุดประกายและเป็นกำลังใจให้กลุ่มคนเหล่านี้ต่อสู้อย่างยืนหยัดต่อไป

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่