
โรงพักไร้โรงพัก
คดีก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศ มูลค่า 5,848 ล้านบาท กำลังดำเนินไป กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เชิญเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 2 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วง กับข้อหาทุจริตร่วมกันหลอกลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยการเสนอราคาต่ำกว่าปกติ
คดีก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศ มูลค่า 5,848 ล้านบาท กำลังดำเนินไป กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เชิญเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 2 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วง กับข้อหาทุจริตร่วมกันหลอกลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยการเสนอราคาต่ำกว่าปกติ
การดำเนินคดีก็เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่สำหรับองค์กรตำรวจ กรณีอาคารสถานีตำรวจหรือโรงพักเก่าถูกรื้อ ส่วนโรงพักใหม่ก็คงคาก่อสร้างไม่เสร็จ แม้จะเป็นอุปสรรค แต่ก็เป็นความท้าทายที่ต้องหาทางออก ทางแก้ไข เพื่อการให้บริการประชาชน
คำว่า “โรงพัก” ปรมาจารย์ของตำรวจในยุคปัจจุบันท่านหนึ่งท่านเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเมืองไทยยังไม่มีโรงแรม มีสถานที่สำหรับคนเดินทางไปต่างเมืองหรือต่างจังหวัด พักได้สองแห่งเท่านั้นคือ วัดและสถานที่ทำการของตำรวจเท่านั้น เพราะตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน สถานที่ทำการของตำรวจ เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เคยมีวันหยุด
นักเดินทางนิยมมาพักแรมที่ทำการของตำรวจ เพราะมีความรู้สึกปลอดภัยและอยู่ใกล้ชุมชน เช้าขึ้นสามารถเดินทางต่อไปได้โดยสะดวก จึงเป็นที่มาของคำว่า “โรงพัก” ปรมาจารย์ที่กล่าวถึงเรื่องนี้คือ ท่าน พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช
นายตำรวจผู้ทรงภูมิความรู้และเพียบพร้อมด้านคุณธรรม จริยธรรม อีกท่านหนึ่ง กล่าวไว้ว่า “โรงพัก คือ ที่พักพิงของผู้เดือดร้อน นอกจากคนทำผิดกฎหมายที่ต้องมาโรงพักแล้ว ในอีกทางหนึ่ง พวกขี้เมา ขอทาน พ่อค้าเร่ ก็ได้มาอาศัยพักนอน” เป็นคำกล่าวของท่าน พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ
ผู้นำของตำรวจทุกยุคทุกสมัยให้ความสำคัญของโรงพัก ถือว่าหัวใจของงานตำรวจอยู่ที่สถานีตำรวจ ซึ่งมีอยู่ 1,460 แห่งทั่วประเทศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน ได้กำหนดไว้เป็นนโยบายหลักไว้ข้อหนึ่งว่า “ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถานีตำรวจ เพื่อให้มีความพร้อมในการบริการและเป็นที่พึ่งของประชาชน และการปฏิบัติงานตำรวจให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำหนดว่าเป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน”
ขณะนี้ปัญหาตำรวจไม่มีที่ทำการจำนวน 396 โรงพัก นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ เพราะตำรวจต้องมีงานบริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ยิ่งวันหยุดยาวช่วงเทศกาลไม่ว่าจะช่วงปีใหม่ หรือช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึง ตำรวจยิ่งหยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะงานอำนวยความสะดวกด้านการจราจร หรือการดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินตามโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ
อุปสรรคที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ตำรวจจะอ้างไม่ปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่อุปสรรคคือสิ่งท้าทายให้การทำหน้าที่นั้นสมบูรณ์พร้อม เพื่อประโยชน์ของสังคมและประชาชน
จากวิกฤตโรงพักที่เกิดขึ้น ปรากฏว่ามีหลายโรงพักที่สามารถให้บริการประชาชนได้ โดยปรับสถานที่ทำการที่มีอยู่ หรือไปยืมสถานที่ทำการหน่วยราชการข้างเคียง หรือปรับอาคารที่พักอาศัยให้สามารถบริการประชาชนได้ตามกำลังความสามารถ ดังนี้
โรงพักหรือสถานีตำรวจภูธรศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งมี พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ เป็นหัวหน้าโรงพัก หรือเรียกตำแหน่งที่เป็นทางการคือ ผู้กำกับการ ได้แก้ไขปัญหาเมื่อสถานที่ทำการถูกทุบเพื่อที่จะสร้างใหม่ โดยไปขอใช้อาคารที่ทำการเก่าของเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 ซึ่งได้ย้ายสถานที่ทำการไปอยู่ที่ อ.สวรรคโลก โดยได้ปรับปรุงสถานที่ทำการให้เหมาะสมกับงานของตำรวจ ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นประมาณ 2 แสนบาท โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานสถานีตำรวจ ซึ่งเรียกชื่อย่อว่า กต.ตร.โรงพัก ภาคประชาชน ช่วยเหลือจัดการค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้
การปรับสถานที่ทำการ ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดเนื่องจากมีข้อจำกัดของสถานที่ แต่ก็สามารถมีจุดให้บริการ มีสถานที่จำเป็น ครบถ้วน
อีกโรงพักหนึ่ง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาการก่อสร้างที่ล่าช้า เนื่องจากผู้รับเหมาที่รับช่วงมา ขาดสภาพคล่องไม่สามารถเบิกเงินมาซื้อวัสดุอุปกรณ์และจ่ายค่าแรงช่างได้ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ ผู้กำกับการสถานีตำรวจแม่สอด จ.ตาก ได้แก้ไขปัญหาโดยเป็นผู้ค้ำประกันในการจัดหาเงินมาให้ผู้รับเหมาใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์และจ่ายค่าแรงช่าง ซึ่งขณะนี้โรงพักแม่สอดสามารถสร้างได้โดยมีความก้าวหน้าถึงงวดงานที่ 6 ประมาณความก้าวหน้าของเนื้องานประมาณร้อยละ 40 ความก้าวหน้าของการก่อสร้างปรากฏตามภาพ
บางโรงพักได้ใช้สถานที่ของตนเองที่มีอยู่มาดัดแปลง เพื่อให้สามารถบริการประชาชนได้ โดยเอาอาคารที่พักอาศัยมาดัดแปลงเป็นที่ทำการ เช่น ของโรงพักพุเตย จ.เพชรบูรณ์ โรงพักพะวอ จ.ตาก และโรงพักแม่ท้อ จ.ตาก
แม้ขณะนี้หลายโรงพักจะขาดสถานที่ทำการ แต่โรงพักก็ยังเป็นที่พักพิงเป็นที่พึ่งพิงให้กับประชาชนได้ โดยแต่ละโรงพักก็สามารถทำงานให้บริการประชาชนในภาวะวิกฤตเช่นนี้ได้ แต่หากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยเหนือในเรื่องงบประมาณ การพัฒนาสถานที่ การเช่าสถานที่ จะทำให้การบริหารงานของหัวหน้าสถานีตำรวจคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้โรงพักทั้งหมดทั่วประเทศจะได้รับการพัฒนาเข้าสู่มาตรฐานขั้นต่ำ ให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง ตามหลักการของโครงการโรงพักเพื่อประชาชน ซึ่งมีหลักการสำคัญ 3 ประการด้วยกันคือ
การบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service)
การบริการด้วยความเต็มใจและใส่ใจ (Service Mind)
มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยยึดถือความพึงพอใจของประชาชนเป็นสำคัญ
ผลประโยชน์ก็จะตกกับประชาชน ผู้รับบริการโดยตรงอย่างแท้จริง







