
พม่าให้เอสพีวีลุยทวาย75ปี
ผุดสำนักงานในไทยลงทุน 6 โครงการชงบอร์ดเจเอชซีเคาะกลางเม.ย.นี้
ผุดสำนักงานในไทยลงทุน 6 โครงการชงบอร์ดเจเอชซีเคาะกลางเม.ย.นี้
ไทย-พม่าได้ข้อยุติ ร่วมกันถือหุ้นเอสพีวีเกิน 50% ระยะบริหารทวายไม่ต่ำกว่า 75 ปี
ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานระหว่างไทยเมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทวาย และพื้นที่เกี่ยวข้อง (เจซีซี) ได้ข้อสรุปตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) เพื่อลงทุนโครงการทั้ง 6 สาขาในเขตทวาย ได้แก่ ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม ถนน ไฟฟ้า ประปา และโทรคมนาคม โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างหน่วยงานของรัฐของสองประเทศในสัดส่วนรวมกันแล้วมากกว่า 50% และแต่ละประเทศถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน โดยไทยจะลงทุนผ่านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ที่จัดตั้งขึ้นในกระทรวงการคลัง
นอกจากนี้ เอสพีวีที่จัดตั้งขึ้นจะเปิดให้ประเทศที่ 3 และ 4 เข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่เหลือ โดยมีระยะเวลาการบริหารงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย 50 ปี และ 25 ปี รวม 75 ปี ขณะนี้มีประเทศที่สนใจ อาทิ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี เป็นต้น
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานเจซีซี กล่าวว่า สำนักงานเอสพีวีที่จัดตั้งขึ้นจะอยู่ในประเทศไทยและมีบริษัทลูกในเมียนมาร์ โดยเอสพีวีมีหน้าที่เลือกกลุ่มบริษัทที่เข้าไปลงทุน หรือเอสพีซี ในโครงการลงทุนทั้ง 6 สาขา ซึ่งหนึ่งในบริษัทดังกล่าว คือ อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์
“เรามองว่า อิตาเลียนไทยได้ลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายไปแล้ว จึงเปิดให้เข้ามาเลือกลงทุนในโครงการต่างๆ ได้ ส่วนสัดส่วนการลงทุนและรายละเอียดเป็นเรื่องที่ต้องไปคุยกัน โดยบริษัทต่างๆ จะต้องช่วยกันหานักลงทุนมาบริหารงาน และจะเริ่มดำเนินการหลังจากนี้ 57 ปี” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
อย่างไรก็ตาม จะมีการสรุปรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องก่อนการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทยเมียนมาร์ (เจเอชซี) ประมาณกลางเดือน เม.ย. ที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งจะมีความชัดเจนเรื่องแผนดำเนินการและการลงนามในสัญญาการลงทุน
“ขณะนี้ถือว่ามีความชัดเจนขึ้น แต่การเซ็นสัญญาโดยรัฐบาลไม่ได้ลงทุนนั้น จะต้องพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งต้องไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามในส่วนของเมียนมาร์พอใจ เพราะต้องการให้โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายประสบความสำเร็จ” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
นอกจากนี้ การประชุมเจซีซีครั้งนี้ ทางญี่ปุ่นได้ตั้งทีมขึ้นศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายให้ไทยด้วยว่า ลักษณะการลงทุนควรเป็นอย่างไร ท่าเรือควรเป็นลักษณะใดและจะสรุปให้ไทยในเรื่องดังกล่าวด้วย







