
วิกฤตแล้งกระทบศก.ภูธร
เขื่อนยักษ์กักเก็บน้ำต่ำสุดในรอบ 8 ปีทำภาคเกษตรเสียหายวงกว้าง
เขื่อนยักษ์กักเก็บน้ำต่ำสุดในรอบ 8 ปีทำภาคเกษตรเสียหายวงกว้าง
ปัญหาภัยแล้งปีนี้รุนแรงเกินคาด หลังปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนใหญ่ต่ำสุดรอบ 8 ปี ส่งผลกระทบเศรษฐกิจภูธร
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี ให้มุมมองปัญหาภัยแล้งปี 2556 ซึ่งเริ่มเก็บข้อมูลมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2555 อาจยาวนานไปถึงเดือน พ.ค.นี้ โดยขณะนี้ประเทศไทยประสบภัยแล้งรวมแล้ว 35 จังหวัด 362 อำเภอ 2,409 ตำบล 23,445 หมู่บ้าน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้งหนักถึง 15 จังหวัด และภาคเหนือ 13 จังหวัด
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ระบุว่า สาเหตุภัยแล้งคุกคามอย่างหนักจากปริมาณน้ำฝนในปีที่แล้ว น้อยกว่าปี 2554 โดยเฉลี่ยทั้งประเทศมีปริมาณฝนตกสะสมเฉลี่ย 1,482.4 มิลลิเมตร ลดลง 5% จากค่าเฉลี่ยกลาง หรือลดลง 18.1% เมื่อเทียบกับปี 2554 ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเพาะปลูกพืชนอกฤดูกาลได้ ซึ่งภาคเกษตรถือเป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่างจังหวัด โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้รับผลกระทบภัยแล้งหนักที่สุด
ทั้งนี้ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ปัจจุบันปริมาณน้ำกักเก็บ 268 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 14% แต่มีน้ำใช้การได้เหลือ 8% ของความจุอ่าง จึงงดปล่อยน้ำเพื่อการเกษตร และระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศวันละ 6 แสน ลบ.ม. ทำให้ข้าวนาปรัง ต.หลักเหลี่ยม อ.นามน ยืนต้นตายจากภาวะภัยแล้งเป็นวงกว้าง เช่นเดียวกับลำน้ำกว้าง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำชี อ.เมือง จ.ยโสธร น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปลานับหมื่นตัว ภายในวังมัจฉา วัดบ้านกว้าง ต.เขื่องคำ อ.เมือง หากเดือน เม.ย. ระดับน้ำเหลือไม่ถึง 1 เมตร อาจทำให้ปลาตายได้
จ.มหาสารคาม ประสบปัญหาภัยแล้งหนักสุดในรอบ 20 ปี น้ำดิบเริ่มไม่มีเพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา ทางจังหวัดจึงได้ทำหนังสือเพื่อขอให้เขื่อนอุบลรัตน์ ระบายน้ำต้นทุนลงมาเพิ่มเติมและได้ระบายน้ำลงมาเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังมาไม่ถึง เนื่องจากปล่อยน้ำเพียงวันละ 8 แสน ลบ.ม./วันเพราะมีน้ำเหลือ 279 ล้าน ลบ.ม.
ขณะที่ภาคเหนือหลายจังหวัดนอกจากขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแล้ว พื้นที่การเกษตรที่อยู่ในเขตชลประทานเริ่มเสียหายขยายเป็นวงกว้าง เพราะเขื่อนใหญ่ระบายน้ำจำกัด เช่น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำเหลือ 6,173 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เหลือ 4,337 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก เหลือ 536 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เหลือ 359 ล้าน ลบ.ม.







