posttoday
รัฐยันยังไม่ถกยุโรป เอฟทีเอเหล้า-บุหรี่

รัฐยันยังไม่ถกยุโรป เอฟทีเอเหล้า-บุหรี่

02 มีนาคม 2556

“กิตติรัตน์” ยันไม่ยก “เหล้า-บุหรี่” ขึ้นมาบนโต๊ะเจรจาเปิดเอฟทีเอกับทุกประเทศ

“กิตติรัตน์” ยันไม่ยก “เหล้า-บุหรี่” ขึ้นมาบนโต๊ะเจรจาเปิดเอฟทีเอกับทุกประเทศ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่า ในการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศต่างๆ รัฐบาลจะไม่มีการนำประเด็นที่เกี่ยวข้องสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น แอลกอฮอล์และยาสูบขึ้นมาหารือแน่นอน

“ผมขอยืนยันว่า กลุ่มสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น แอลกอฮอล์และยาสูบ จะไม่นำไปเจรจาเพื่อให้เป็นข้อเสียเปรียบ หรือเป็นหัวข้อการเจรจาที่จะนำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลเสียต่อคนไทย และจะไม่นำมาเป็นประเด็นเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นอันขาด” นายกิตติรัตน์ กล่าว

เช่นเดียวกับนายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย หัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอไทย-ยุโรป กล่าวว่า ได้หารือกับภาคประชาชนและตระหนักในเรื่องนี้ โดยได้ให้คำยืนยันไปแล้ว จะไม่ยกประเด็นการเปิดเสรีสุราและยาสูบขึ้นมาหารือ

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงทางการค้าที่หยุดไป 6-7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลเห็นประโยชน์ในเรื่องนี้และจำเป็นต้องเดินหน้าเจรจาต่อ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มยุโรป ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุม กนศ.ยังมีมติว่า การเจรจาระหว่างประเทศโดยเฉพาะการเปิดเสรีการค้าจะต้องมีภาคประชาชนร่วมคณะเจรจาด้วย อีกทั้งต้องรับฟังและหารือกับภาคประชาชน ทั้งก่อนการเจรจาแต่ละรอบและหลังการเจรจาในแต่ละรอบด้วย

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะทำงาน มีกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศสวีเดนและสหภาพยุโรปในช่วงเดือน มี.ค.นี้ โดยจะมีการติดตามความคืบหน้าเจรจาเอฟทีเอไทยยุโรป เพราะที่ผ่านมากลุ่มประเทศยุโรปได้มีการเจรจาการค้ากับประเทศคู่แข่งจึงมีต้องเร่งเจรจา

ขณะที่กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) 28 องค์กร เรียกร้องให้รัฐบาลศึกษารายละเอียดของผลกระทบก่อนเจรจาเอฟทีเอ

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี