
แม้วอยู่เบื้องหลังหย่าศึกบีอาร์เอ็น
ยิ่งลักษณ์รับเองเลขาสมช.ลงนามสร้างสันติภาพใต้
ยิ่งลักษณ์รับเองเลขาสมช.ลงนามสร้างสันติภาพใต้
นายกฯ ปลื้มผลสำเร็จเจรจามาเลย์ดับไฟใต้ รับทักษิณโซ่ข้อกลางสงบศึกบีอาร์เอ็น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลสำเร็จจากการลงนามประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันไทยมาเลเซีย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหา ซึ่งสิ่งสำคัญทางรัฐบาลมาเลเซียให้คำมั่นว่าจะไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของกลุ่มก่อความไม่สงบ
นายกรัฐมนตรี ได้ยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่เบื้องหลังในความสำเร็จครั้งนี้ และยืนยันว่าเป็นการพูดคุยสันติภาพ ไม่ใช่การเจรจา เพราะขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการเจรจาหรือยอมรับเงื่อนไขใดๆ และสิ่งสำคัญในการพูดคุยจะอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญในราชอาณาจักรไทย
“นับเป็นสิ่งที่ดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามามีส่วนร่วม เพราะถือว่าเป็นคนไทยคนหนึ่งที่หวังดีกับประเทศชาติ ต้องการเห็นความสงบเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะเข้ามาอยู่เบื้องหลังให้เกิดผลสำเร็จในครั้งนี้” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ขณะที่การลงนามความร่วมมือในกระบวนการพูดคุยสันติภาพระหว่าง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความ มั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นั้น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า การลงนามดังกล่าวมีข้อตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อนำไปสู่สันติสุข
“การพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นถือว่าเป็นการเปิดกุญแจดอกแรกเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” พล.ท.ภราดร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเทศมาเลเซียพร้อมจะประสานให้ความร่วมมือดังกล่าว โดยหลังจากนี้อีก 2 สัปดาห์จะมีการหารือเพื่อติดตามการลงนามอีกครั้ง
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การลงนามเป็นเรื่องของรัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ โดยทหารได้เปิดช่องทางให้มีการพูดคุย รวมถึงให้โอกาสผู้ก่อความไม่สงบเข้ามามอบตัวและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
นายพีรยศ ราฮิมมูลา สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นเพียงแค่กลุ่มเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีผลกับกลุ่มอื่นๆ เพราะแค่กลุ่มบีอาร์เอ็นก็แตกออกเป็น 3 กลุ่มย่อย และยังมีกลุ่มอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม ที่สำคัญเวลานี้รัฐบาลเองก็ไม่รู้ว่ากำลังต่อสู้กับกลุ่มไหนบ้าง เพราะไม่ได้มีการประกาศ







