
คลังทยอยกู้เงินน้ำทุกเดือน
สำนักหนี้ฯระบุประมูลครั้งละ 7-8 หมื่นล้านแย้มไต๋เปิดวงเงินไว้จนกว่าจะเบิกใช้
สำนักหนี้ฯระบุประมูลครั้งละ 7-8 หมื่นล้านแย้มไต๋เปิดวงเงินไว้จนกว่าจะเบิกใช้
ลุยเซ็นสัญญาเงินกู้มาลงทุนระบบน้ำ 3.4 แสนล้านบาท
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเริ่มเซ็นสัญญาเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ฟื้นฟูน้ำท่วม ซึ่งยังเหลือเงินกู้อยู่ 3.4 แสนล้านบาท โดยจะต้องดำเนินการกู้ให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 30 มิ.ย.นี้
น.ส.จุฬารัตน์ กล่าวว่า ในการดำเนินงานนั้นกระทรวงการคลังจะทยอยเซ็นสัญญาเงินกู้ครั้งละประมาณ 57 หมื่นล้านบาท กับธนาคารพาณิชย์ที่เสนอประมูลและคิดดอกเบี้ยต่ำที่สุด โดยสัญญาเงินกู้จะให้มีการเบิกจ่ายตามการใช้จ่ายจริง เพื่อเป็นการประหยัดดอกเบี้ย และจะให้มีระยะเวลาในการเบิกแต่ละสัญญาให้หมดประมาณ 45 ปี
“เราจะทยอยทำสัญญาเงินกู้เงินทุกเดือน เมื่อถึงกำหนดวันที่ 30 มิ.ย. 2556 ก็จะทำสัญญาได้ทั้งหมด 3.4 แสนล้านบาท ส่วนโครงการที่จะดำเนินการอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล” น.ส.จุฬารัตน์ กล่าว
สำหรับเงินกู้ก้อนแรก 1 หมื่นล้านบาท ที่มีการกู้ไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา มีการเบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยต้นทุนเงินกู้อยู่ที่ประมาณ 3.4-3.5%
แหล่งข่าวสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า รูปแบบการกู้เงินมาลงทุนน้ำนั้นมีข้อถกเถียงว่า การกู้เป็นเหมือนการเปิดวงเงินไว้กับธนาคาร แต่ไม่มีการกู้เงินจริงจนกว่าจะมีการเบิกใช้ ซึ่งอาจขัดกับหลักการและเหตุผล พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน
ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมด้านขนส่ง ได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว โดยจะเป็นการกู้เงินภายใน 7 ปี
นอกจากนี้ ยังกำหนดว่าให้มีการใช้เงินกู้ทั้ง 2 ล้านล้านบาท ภายใน 50 ปี นับตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ เพื่อให้เกิดมีวินัยการเงินและการคลังว่า รัฐบาลต้องใช้หนี้ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น ไม่ใช่ชำระแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว ปล่อยให้เงินต้นกองอยู่เท่าเดิม ซึ่งในครั้งแรกคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่เห็นด้วย แต่กระทรวงการคลังยืนยันที่ให้คงเนื้อหาดังกล่าวไว้
นายสมชัย กล่าวว่า การกำหนดเวลาใช้หนี้จะส่งผลดีกับการออกกฎหมายกู้เงินในภายหลัง จะได้ดำเนินการตาม เป็นการรักษาหนี้ของประเทศไม่ให้สูงอยู่ตลอดเวลา เพราะกู้แล้วต้องมีการใช้จริงมีกรอบเวลาที่ชัดเจน







