posttoday
นโยบายพลังงานที่ขูดรีดและไม่เป็นธรรม

นโยบายพลังงานที่ขูดรีดและไม่เป็นธรรม

22 กุมภาพันธ์ 2556

การที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ตัดสินใจเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มอีกลิตรละ 50 สตางค์ ในส่วนของน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ แต่ลดการจัดเก็บในส่วนของน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 50 สตางค์นั้น เป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่งถึงนโยบายพลังงานของประเทศนี้ ที่มีความเป็นสองมาตรฐานและมุ่งแต่จะขูดรีดกับกลุ่มประชาชนหรือผู้ใช้ที่ไม่มีปากมีเสียง ไม่มีอำนาจต่อรองทางการเมือง หรือไม่สามารถกดดันรัฐบาลได้เหมือนผู้ใช้กลุ่มอื่นๆ

การที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ตัดสินใจเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มอีกลิตรละ 50 สตางค์ ในส่วนของน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ แต่ลดการจัดเก็บในส่วนของน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 50 สตางค์นั้น เป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่งถึงนโยบายพลังงานของประเทศนี้ ที่มีความเป็นสองมาตรฐานและมุ่งแต่จะขูดรีดกับกลุ่มประชาชนหรือผู้ใช้ที่ไม่มีปากมีเสียง ไม่มีอำนาจต่อรองทางการเมือง หรือไม่สามารถกดดันรัฐบาลได้เหมือนผู้ใช้กลุ่มอื่นๆ

เหตุที่ผมกล่าวเช่นนี้ก็เพราะการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในครั้งนี้ ได้ทำให้ผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันต้องแบกรับภาระจากการขึ้นราคาน้ำมันทั้งสองชนิดนี้ไปถึงสองครั้งภายในสัปดาห์เดียว (วันที่ 5 และ 9 ก.พ.) เป็นเงิน 1.10 บาท/ลิตรแล้ว ยังต้องมารับภาระการขึ้นราคาลิตรละ 50 สตางค์ ในวันที่ 12 ก.พ.อีก ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท และตามความล้มเหลวของนโยบายปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีทั้งในภาคขนส่งและครัวเรือน ที่ต้องเจอโรคเลื่อนแล้วเลื่อนอีก เพราะความขลาดกลัวของรัฐบาลที่ไม่กล้าตัดสินใจเดินหน้าปรับโครงสร้างราคา ทั้งๆ ที่ได้มีการศึกษากันมา เตรียมการกันมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี จนแผนปฏิบัติการทะลุปรุโปร่งกันไปหมดแล้ว

ให้กี่สถาบันศึกษาก็ล้วนแต่ออกมาในทิศทางเดียวกัน ผลดีที่จะเกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างก็เห็นกันอยู่อย่างมากมายเป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ฝ่ายการเมืองก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ และหาข้ออ้างในการซื้อเวลาออกไปเรื่อยๆ

จะซื้อเวลากันไปนานเท่าไรผมก็ไม่ว่า เพราะว่าปลงเสียแล้ว แต่ที่ทำใจไม่ได้ก็คือ ท่านเล่นหาทางออกกันง่ายๆ โดยมาขูดรีดเอาจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์นี่สิ

ผมถามจริงๆ เถอะ ผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกคนมีความผิดหรือมีความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) ทางสังคม (Social Responsibility) หรือแม้แต่ทางจริยธรรม (Moral Responsibility) ตรงไหนหรือครับ ที่จะต้องเข้าไปอุ้มผู้ใช้น้ำมันดีเซลให้ได้ใช้น้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร หรือต้องเข้าไปอุ้มผู้ใช้ก๊าซหุงต้มทั้งในครัวเรือนและภาคขนส่ง ให้ได้ใช้ก๊าซในราคาที่ถูกกว่าต้นทุนที่แท้จริง

ท่านอาจจะบอกว่าท่านไม่ได้เอาเงินกองทุนน้ำมันฯ ไปอุ้มผู้ใช้น้ำมันดีเซล ทุกวันนี้ก็ยังเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันฯ อยู่ลิตรละ 30 สต. แต่การที่ท่านลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของดีเซลลงจากลิตรละ 80 สต. เหลือ 30 สต. ทำให้เงินที่ไหลเข้ากองทุนน้ำมันฯ ติดลบ ท่านจึงต้องมาขึ้นเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯ เอากับคนที่ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ใช่หรือไม่ ดังนั้นมันก็เหมือนกับให้คนที่ใช้เบนซินและแก๊สโซฮอล์ไปอุดหนุนคนใช้ดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทอยู่ดี

ถ้าท่านบอกว่าน้ำมันดีเซลเป็นน้ำมันทางเศรษฐกิจ ปล่อยให้แพงขึ้นจะกระทบค่าครองชีพของประชาชน ค่าขนส่งจะสูงขึ้น สินค้าจะขึ้นราคา เงินเฟ้อจะสูง ผมก็อยากจะถามว่า เราตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทมาร่วมสองปีแล้วนะครับ สินค้าขึ้นราคาไหมครับ และบางช่วงราคาน้ำมันดีเซลก็ลดลงต่ำกว่า 30 บาท (29.79 บาท/ลิตร) อยู่ถึงเกือบ 5 เดือน ผมไม่เห็นค่าขนส่งหรือสินค้าจะลดราคาลงมาเลย

ข้อสำคัญขณะนี้กลายเป็นมายาคติไปแล้ว ว่าราคาน้ำมันดีเซลจะเกินลิตรละ 30 บาทไม่ได้ ถ้าเกินจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต คอขาดบาดตาย กระทบเศรษฐกิจของประเทศ กระทบถึงเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดนี้รัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบันเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองทั้งสิ้น เปรียบเสมือนสร้างจินตนาการเรื่องยักษ์ในตะเกียงขึ้นมา แล้วก็ไม่กล้าปล่อยยักษ์ออกจากตะเกียง

ตัวเพดานราคา 30 บาท ก็ไม่รู้ไปเอามาจากไหน หยิบมาลอยๆ จากอากาศ ไม่มีผลการศึกษา ไม่มีผลการสำรวจ การวิจัยรองรับ ว่าราคาเพดาน 30 บาทนั้น เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจไทยและภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันหรือไม่ และจะใช้เพดาน 30 บาทไปอีกนานแค่ไหน เท่าที่ผมเคยตรวจสอบที่มาที่ไปของตัวเลข 30 บาท ก็คือเป็นตัวเลขราคาน้ำมันดีเซลที่เจ๊เกียวเคยระบุไว้ว่า ถ้าเกิน 30 บาทจะต้องขอปรับราคาค่าขนส่ง ผมก็เลยสรุปเอาว่านักการเมืองไทยคงเป็นโรค “Je Keo Phobia” อ่านว่า “เจ๊เกียวโฟเบีย” หรือโรคกลัวเจ๊เกียวนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้ ผมคิดว่านโยบายพลังงานของไทยจะดำเนินไปแบบ “มักง่าย” อย่างที่ผ่านๆ มาไม่ได้แล้วครับ การผลักภาระการอุดหนุนราคาพลังงานไปให้ผู้ใช้พลังงานชนิดหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งต้องเข้ามารับภาระแทนรัฐบาล โดยทำให้ผู้ใช้พลังงานอีกชนิดหนึ่งหรืออีกกลุ่มหนึ่งได้เปรียบได้ใช้พลังงานในราคาถูก คือความไม่เป็นธรรมในสังคม และเป็นนโยบายพลังงานที่ขูดรีดคนที่ไม่มีอำนาจต่อรองทางการเมืองนั่นเอง

ในสังคมปัจจุบัน รัฐไม่สามารถบอกได้อีกต่อไปแล้วว่า ผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์นั้นคือผู้มีรายได้สูง ที่ต้องเสียสละจ่ายภาษีสรรพสามิตและเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯ สูงถึงลิตรละ 1020 บาท (ประมาณ 2841% ของราคาขายปลีก) ในขณะที่คนใช้น้ำมันดีเซลจ่ายภาษีสรรพสามิตเพียงครึ่งสตางค์และเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพียง 30 สตางค์

คนใช้รถยนต์อีโคคาร์ รถมอเตอร์ไซค์ คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง แม่บ้าน คนหาเช้ากินค่ำที่ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และต้องจ่ายค่าโดยสารในราคาแพงเพราะราคาน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์แพง เขาคงไม่ยอมรับว่าเขาเป็นคนรวยกว่าคนที่ขับรถเบนซ์ รถบีเอ็มฯ รถยุโรป เครื่องยนต์ดีเซลที่วิ่งกันเกลื่อนถนนอยู่ทุกวันนี้ หรือแม้แต่คนที่ขับรถปิกอัพแต่งอย่างหรูหรา ราคาเป็นล้าน ซิ่งกันตาม Super Highway ด้วยความเร็ว 150 กม./ชม. ก็คงไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อยอย่างแน่นอน

รถที่ติดก๊าซแอลพีจีก็ไม่ใช่รถของผู้มีรายได้น้อยเช่นกัน คนที่ผมรู้จักและไปติดก๊าซแอลพีจีก็ล้วนแต่เป็นผู้มีอันจะกินทั้งสิ้น แต่เป็นผู้ที่เดินทางเยอะใช้น้ำมันมาก เขาก็ไปติดก๊าซกันเพราะมันประหยัดไปได้เยอะ บางคนถอยรถมาจากอู่ยังป้ายแดงอยู่เลยก็เอาไปติดก๊าซกันแล้ว ผมยังเคยเห็นรถเลกซัสติดก๊าซวิ่งอยู่บนถนนด้วยซ้ำไป ยิ่งตอนนี้รัฐบาลเลิกเบนซิน 91 ขึ้นราคาแก๊สโซฮอล์ แต่ยังไม่ปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี คนจะยิ่งไปติดก๊าซแอลพีจีเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ผลก็คือเราจะต้องนำเข้าก๊าซแอลพีจีจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น กองทุนน้ำมันฯ ก็ต้องควักเงินมาอุดหนุนมากขึ้น พอเงินไม่มีรัฐบาลก็หันมารีดเลือดกับปู (ที่ไม่ได้ชื่อยิ่งลักษณ์) ซึ่งก็คือผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์นั่นเอง

ดังนั้นผมแนะนำว่า ผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์อย่าอยู่นิ่งเฉย ทำตัวเป็นห่านทองคำให้รัฐบาลล้วงไข่ไปกินง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมาครับ แต่ขอให้ออกมาต่อต้านนโยบาย “มักง่าย” จับแพะชนแกะแบบนี้ของรัฐบาล เพื่อไม่ให้รัฐบาลเห็นว่าคนกลุ่มนี้ไม่มีปากไม่มีเสียงจะทำอะไรก็ได้และจับผู้ใช้กลุ่มนี้เป็นตัวประกันตลอดมา

ถ้าจำเป็นผมว่าฟ้องศาลปกครองไปเลยครับ เพราะละเมิดสิทธิผู้บริโภคเห็นๆ บริหารนโยบายพลังงานสองมาตรฐาน ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค และทำให้ราคาน้ำมันแพงกว่าที่ควรจะเป็นครับ !!!

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69