
วิเคราะห์พลังสำรองสหรัฐ
มาราธอนทางเศรษฐกิจ : วิเคราะห์พลังสำรองสหรัฐต่อจีน เรารู้ว่าสหรัฐมีบ่อน้ำมันอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่มาก ปริมาณการผลิตอยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาร์เรล/วัน ใครดูหนังฮอลลีวูดบ่อยๆ จะคุ้นภาพทุ่งหญ้าที่มีปั๊มหมุนขนาดใหญ่สูบน้ำมันดิบขึ้นมาจากใต้ดินเป็นแถวๆและเราก็รู้อีกว่า อะแลสกามีน้ำมันมากกว่าแคลิฟอร์เนีย สหรัฐซื้ออะแลสกามาจากโซเวียต รัสเซีย เมื่อ ค.ศ. 1867 ในราคา 7.2 ล้านเหรียญ อะแลสกามีขนาดใหญ่กว่าเทกซัสเกือบ 2 เท่า ใหญ่กว่าไทยเกือบ 5 เท่าอะแลสกาเป็นแผ่นดินขนาดใหญ่ จนเวลาเด็กๆ วาดแผนที่โลกบนกระดาษ ยังไงๆ ก็ต้องวาดอะแลสกาโดยไม่รู้ตัวติดมาด้วยต่างกับเตียวหยู เรายังไม่คุ้นเลยว่าเกาะเตียวหยูหรือเซนกากุอยู่ไหนกันแน่ รู้แค่ว่าจีนกับญี่ปุ่นมองหน้ากันแทบไม่ติดก็เพราะไอ้เจ้าเกาะที่ว่านี้ จนวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีทรัพยากรอะไรหรือประวัติศาสตร์สำคัญท่อนไหนฝังอยู่บนเกาะหรือใต้เกาะหรือเปล่าด้วยซ้ำแต่เอาเถอะครับ...ข้อเขียนของผมวันนี้ ไม่ได้มุ่งจะเจาะไปที่จีนกับญี่ปุ่น...ผมกำลังจะบอกเรื่องน้ำมันที่ค้นพบและถูกสูบขึ้นมาในสหรัฐต่างหากเชื่อไหมครับ สถิติใหม่ของสำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐ (US Energy Information Agency) แสดงว่าปริมาณน้
มาราธอนทางเศรษฐกิจ : วิเคราะห์พลังสำรองสหรัฐต่อจีน
เรารู้ว่าสหรัฐมีบ่อน้ำมันอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่มาก ปริมาณการผลิตอยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาร์เรล/วัน ใครดูหนังฮอลลีวูดบ่อยๆ จะคุ้นภาพทุ่งหญ้าที่มีปั๊มหมุนขนาดใหญ่สูบน้ำมันดิบขึ้นมาจากใต้ดินเป็นแถวๆ
และเราก็รู้อีกว่า อะแลสกามีน้ำมันมากกว่าแคลิฟอร์เนีย สหรัฐซื้ออะแลสกามาจากโซเวียต รัสเซีย เมื่อ ค.ศ. 1867 ในราคา 7.2 ล้านเหรียญ อะแลสกามีขนาดใหญ่กว่าเทกซัสเกือบ 2 เท่า ใหญ่กว่าไทยเกือบ 5 เท่า
อะแลสกาเป็นแผ่นดินขนาดใหญ่ จนเวลาเด็กๆ วาดแผนที่โลกบนกระดาษ ยังไงๆ ก็ต้องวาดอะแลสกาโดยไม่รู้ตัวติดมาด้วย
ต่างกับเตียวหยู เรายังไม่คุ้นเลยว่าเกาะเตียวหยูหรือเซนกากุอยู่ไหนกันแน่ รู้แค่ว่าจีนกับญี่ปุ่นมองหน้ากันแทบไม่ติดก็เพราะไอ้เจ้าเกาะที่ว่านี้ จนวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีทรัพยากรอะไรหรือประวัติศาสตร์สำคัญท่อนไหนฝังอยู่บนเกาะหรือใต้เกาะหรือเปล่าด้วยซ้ำ
แต่เอาเถอะครับ...ข้อเขียนของผมวันนี้ ไม่ได้มุ่งจะเจาะไปที่จีนกับญี่ปุ่น...ผมกำลังจะบอกเรื่องน้ำมันที่ค้นพบและถูกสูบขึ้นมาในสหรัฐต่างหาก
เชื่อไหมครับ สถิติใหม่ของสำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐ (US Energy Information Agency) แสดงว่าปริมาณน้ำมันดิบที่สูบได้ในรัฐนอร์ทดาโคตา เมื่อ ธ.ค. ปี 2011 มียอดสูงถึง 5.5 แสนบาร์เรล/วัน ชนะปริมาณน้ำมันที่แคลิฟอร์เนียผลิตไปแล้ว และยังไม่หนำใจ...ในปี 2012 เดือน มี.ค. รัฐนอร์ทดาโคตามียอดผลิตเพิ่มเป็น 6.2 แสนบาร์เรล/วัน ชนะอะแลสกาอีกต่างหาก
ลอร์ด บราวน์ อดีตผู้บริหารของบริษัท BP Oil(ที่ทำน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกและกำลังถูกสหรัฐฟ้องละเมิดเป็นปริมาณเงินมหาศาลจนคนเป็นห่วงว่า บริษัท BP Oil จะเซแค่ไหน) ยังกล่าวในงานสัมมนาที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในปีที่แล้ว ถึงความมหัศจรรย์ของการขุดค้นพบแหล่งน้ำมันในแผ่นดินสหรัฐว่า
“นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของเกมทั้งหมดเลยทีเดียว” เขาหมายถึงว่าสหรัฐอาจกลายเป็นประเทศที่ไม่ต้องนำเข้าพลังงานจากนอกประเทศได้ในปี 2030
แม้กระทรวงพลังงานสหรัฐจะแย้งความเห็นนี้อยู่สักหน่อยว่า ลอร์ด บราวน์ แกพูดไม่ถูก เพราะทางการสหรัฐพยากรณ์ว่า เหตุการณ์ที่ ลอร์ด บราวน์ พูดน่าจะเกิดขึ้นได้จริงในปี 2035! ต่างหาก
...เอิ๊ก...
สหรัฐจะสามารถผลิตน้ำมันได้ 11.1 ล้านบาร์เรล/วัน ในปี 2020 เมื่อเทียบกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผลิตน้ำมันได้ 10.6 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งซาอุฯ จะลดปริมาณที่ผลิตได้ลงไปเรื่อยๆ
แปลว่าสหรัฐมีพลังสำรองพอวิ่งมาราธอนทางเศรษฐกิจได้ แล้วจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่จะวิ่งแข่งมาราธอนไปนานๆ ได้ด้วยอะไร
ผู้นำจีนรุ่นที่ 5 อย่างสีจิ้นผิง คงต้องคิดเยอะทีเดียว







