posttoday
ศก.หาดใหญ่วูบต่างชาติผวาไฟใต้

ศก.หาดใหญ่วูบต่างชาติผวาไฟใต้

19 กุมภาพันธ์ 2556

หลังจากพ้นเทศกาลตรุษจีนทำให้เศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย พากันหนีกลับเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยที่กลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงทั่วในย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองปัตตานี และ อ.ยะรัง ตั้งแต่เย็นวันที่ 16 ก.พ.ต่อเนื่องถึงเที่ยงวันของวันที่ 17 ก.พ.รวมทั้งหมด 11 จุด มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 11 ราย

หลังจากพ้นเทศกาลตรุษจีนทำให้เศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย พากันหนีกลับเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยที่กลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงทั่วในย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองปัตตานี และ อ.ยะรัง ตั้งแต่เย็นวันที่ 16 ก.พ.ต่อเนื่องถึงเที่ยงวันของวันที่ 17 ก.พ.รวมทั้งหมด 11 จุด มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 11 ราย

วิทยา ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพ จ.สงขลา บอกว่า ภายหลังเกิดเหตุระเบิดที่เมืองปัตตานี ทําให้บรรยากาศท่องเที่ยวหาดใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้วางมาตรการคุมเข้มระดับสูงสุด ทําให้หวั่นวิตกเป็นธรรมดาในด้านความปลอดภัย ส่งผลทำให้ยอดจองห้องพักตามโรงแรมต่างๆ โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ชาวมาเลเซียที่จะเดินทางมาพักผ่อนที่ อ.หาดใหญ่ ลดลงไปแล้วกว่า 40%

วิทยา บอกต่อว่า เป็นธรรมดาในช่วงแรกนักท่องเที่ยวอาจตื่นตระหนกตกใจไปบ้าง ต้องรอดูวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์นี้อีกครั้งว่าจะยอดนักท่องเที่ยวจะหายไปมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้ไม่เพียงแต่โรงแรมต่างๆ ที่มียอดจองห้องพักลดลงเท่านั้น บรรดาห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มีนักท่องเที่ยวเดินช็อปปิ้งบางตาอย่างมากในวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับบรรยากาศการค้าย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองปัตตานีรวมทั้งตลาดนัดเป็นไปด้วยความเงียบเหงาเป็นวันที่ 3 เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังวิตกกังวัลเกี่ยวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังไม่มั่นใจด้านความปลอดภัย ไม่กล้าออกไปไหนมาไหนเพราะตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่ตั้งด่าน ปิดถนนทุกสายที่เชื่อมเข้าในตัวเมืองปัตตานีเพื่อตรวจรถยนต์ทุกชนิดอย่างเข้มข้น

ดิษฐกุล จางเจริญ หรือ โกเกี๊ยะ เจ้าของภัตตาคาร จาอา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับร้านกาแฟ บิกเบ็น ตรงข้ามกับหอนาฬิกาปัตตานีที่คนร้ายวางระเบิดจนมีผู้เสียชีวิต 3 ศพและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก บอกว่า พ่อค้าแม่ค้ายังอยู่ด้วยความหวาดผวาไม่กล้าเปิดค้าขาย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าชาวจีนเพราะปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้กลุ่มคนร้ายมุ่งเป้าทำร้ายกลุ่มพ่อค้าโดยเฉพาะ

“ก่อนหน้านี้กลุ่มคนร้ายไม่เคยเจาะจงกลุ่มพ่อค้าชาวจีน ทำให้กลุ่มพ่อค้าเริ่มมองเห็นแล้วว่า หากยังเปิดร้านค้าแล้วกลัวว่ายังไม่ค่อยปลอดภัยเท่าที่ควรจึงพากันปิดร้านชั่วคราวก่อนจนกว่าจะเกิดความแน่ใจ” ดิษฐกุล กล่าว

ขณะที่หน่วยงานความมั่นคง ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษและคุมเข้มเกิน 100% หลังสืบทราบว่ากลุ่มแนวร่วมอาร์เคเคได้ระดมกำลัง 3 กองร้อย นำโดย มูหะหมัด โบกี แกนนำคนใหม่แทน มะรอโซ จันทรวดี แกนนำคนสำคัญที่ถูกวิสามัญเสียชีวิตพร้อมพวก 16 ศพ ขณะบุกโจมตีฐานนาวิกโยธิน บ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 ก.พ.นั้น ได้วางแผนแบ่งกำลังออกเป็นแต่ละสายเพื่อสร้างปั่นป่วนชายแดนภาคใต้ครั้งใหญ่ ตลอดทั้งตอบโต้แก้แค้นให้กับพรรคพวกที่เสียชีวิต

ทั้งนี้ วางแผนที่จะวางระเบิดบุกโจมตีจุดตรวจและฐานปฏิบัติการย่อยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลม ในพื้นที่ 7 อำเภอ คือ บาเจาะ รือเสาะ ศรีสาคร จะแนะ สุคิริน แว้ง และเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี