posttoday

มหาอุกกาบาตพิฆาตโลก

18 กุมภาพันธ์ 2556

ท่านผู้อ่านคงจะได้ติดตามข่าวสารทั้งภาพและเนื้อหาทางจอทีวีเกี่ยวกับอุกกาบาตใหญ่พอสมควรตกลงในตอนกลางของประเทศรัสเซียเมื่อวันสองวันที่ผ่านมาในรูปแบบของดวงไฟขนาดใหญ่หล่นใส่พื้นโลก

ท่านผู้อ่านคงจะได้ติดตามข่าวสารทั้งภาพและเนื้อหาทางจอทีวีเกี่ยวกับอุกกาบาตใหญ่พอสมควรตกลงในตอนกลางของประเทศรัสเซียเมื่อวันสองวันที่ผ่านมาในรูปแบบของดวงไฟขนาดใหญ่หล่นใส่พื้นโลก

เท่าที่จำความได้ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์เกี่ยวกับอุกกาบาตถล่มโลกเหมือนที่เกิดขึ้นล่าสุดทั้งในรัสเซียและคิวบา เพียงแต่เคยเห็นภาพทางจอภาพยนตร์เรื่อง “2012 วันสิ้นโลก” เท่านั้น

เรามาดูกันว่า “อุกกาบาต” คืออะไร คำว่า “อุกกาบาต” กล่าวง่ายๆ จะหมายถึงเศษซากหินหรือเหล็กที่ลอยมาจากนอกโลก พุ่งเข้าสู่โลกตามกระแสแรงดึงดูดของโลกผ่านแรงเสียดสีจนกลายเป็นความร้อนและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้เราเห็นเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ตกใส่พื้นโลกในรูปแบบต่างๆ กัน มีขนาดตั้งแต่เล็กสุดประมาณ 3 มิลลิกรัมไปจนถึงใหญ่สุดหลายสิบตัน

เท่าที่ผู้เขียนได้ทำการศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปของอุกกาบาต พบว่า เรื่องราวความเป็นมาของอุกกาบาตมีมานานกว่า 100 ปีแล้ว และที่มีการบันทึกและตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเผยแพร่อย่างกว้างขวางไปทั่วโลกได้แก่ผลงานของนักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ชื่อว่า เอิร์น ฟลอเรนซ์ ชรัดนี่ ผู้เขียนหนังสือชื่อ “On the Origin of the Pallas Iron and Other Similar to it, and on Some Associated Natural Phenomena”

หนังสือเล่มนี้ออกตีพิมพ์และเผยแพร่ครั้งแรกในปี 1794 แต่ได้รับการต่อต้านและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเข้มข้นจากบรรดานักวิชาการและสื่อหลายแขนงว่าขาดความน่าเชื่อถือ

จนกระทั่งอีกประมาณ 10 กว่าปีถัดมา เรื่องราวเกี่ยวกับอุกกาบาตและวัตถุลึกลับกลับมาได้รับความเชื่อถือจากผลงานทางวิทยาศาสตร์ของนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ ฌอง แบบติสต์ บิโอ และนักเคมีชาวอังกฤษชื่อว่า เอ็ดเวิรด์ โฮเวิรด์ โดยมีปรากฏการณ์ที่เน้นย้ำน้ำหนักของนักวิชาการทั้งสองท่าน ได้แก่ การเกิดปรากฏการณ์อุกกาบาตหลายพันลูกตกลงสู่น่านฟ้าของประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 1803

ต่อมาความหลากหลายทางความเชื่อเกี่ยวกับอุกกาบาตก็เกิดขึ้นในสังคมโลกในหลายภูมิภาค โดยเริ่มที่สหรัฐ เมื่อชาวพื้นเมืองอเมริกันมีความเชื่อว่าการตกลงมาของอุกกาบาตเป็นเรื่องของสิ่งเร้นลับและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งควรเอาไว้ใช้ประกอบพิธีกรรม

ในช่วงทศวรรษของปี 1980 มีการถกเถียงและเชื่อว่ากันว่าอุกกาบาตคือมนุษย์จากดาวอังคารที่พยายามบุกเข้ามาในโลกมนุษย์ของเรา นอกจากนั้นแล้วยังมีงานเขียนที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเสียชีวิตของคนและสัตว์เลี้ยงอีกเป็นจำนวนมากจากการถูกอุกกาบาตตกใส่ เพียงแต่ยังขาดน้ำหนักและพยานหลักฐานอย่างเพียงพอที่จะทำให้น่าเชื่อถือ

เหตุการณ์เรื่องจริงที่มีประจักษ์พยานอย่างชัดเจนได้แก่เหตุการณ์ที่ แอนน์ ฮอดส์ ชาวอเมริกันในเมืองซีราคอก้า รัฐแอละแบมา ถูกสะเก็ดของอุกกาบาตที่มีน้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม ตกกระแทกใส่บริเวณหลังคาบ้าน กระดอนไปกระแทกกับทีวีและกระเด็นไปถูกศีรษะของเธอขณะนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องนั่งเล่นภายในบ้าน

เหตุการณ์ที่สอง ได้แก่ การที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งในประเทศอูกันดาถูกเศษอุกกาบาตขนาดน้ำหนัก 3 กรัม หล่นใส่ศีรษะเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ได้รับการบาดเจ็บมากมายอะไร และอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2009 ในเมืองเอสเซ่น ประเทศเยอรมนี ก็เป็นกรณีอุกกาบาตหล่นใส่ศีรษะของเด็กชายเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต

ผู้คนบางกลุ่มบางพวกในประเทศกรีซยังมีความเชื่อว่าอุกกาบาตที่ตกลงมาสู่พื้นโลกเป็นการเดินทางลงมาสู่โลกมนุษย์ของราชาแห่งเทพเจ้า และเป็นเทพเจ้าแห่งความเจ้าชู้ที่ชื่อว่า “เทพเจ้าซุส” เพราะฉะนั้นอุกกาบาตดังกล่าวจึงควรเก็บไว้เคารพสักการะ

อย่างไรก็ตาม ท่านผู้อ่านต้องไม่ลืมและเข้าใจข้อเท็จจริงประการหนึ่งว่าเรื่องราวเกี่ยวกับอุกกาบาตเป็นเรื่องของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ คงจะไม่ใช่เรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าหรือผีสางเทวดาอะไรเหมือนอย่างที่คนอีกจำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลกมีความเชื่อ

สิ่งที่เราต้องติดตามและศึกษาค้นคว้าต่อไปก็คือ ถ้ากรณีที่ห่าของอุกกาบาตตกลงมาเป็นจำนวนมากๆ ในคราวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศใดก็แล้วแต่บนพื้นผิวของโลก มนุษย์เราจะมีวิธีป้องกันความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือถ้าวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์จะสามารถตรวจพบวัตถุลึกลับที่กำลังพุ่งเข้าสู่โลกได้ และสามารถทำลายมันได้ก่อนที่มันจะกระทบโลกและสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์

ผมว่านักวิทยาศาสตร์ไทยน่าเก็บเอาไปคิด

ข่าวล่าสุด

กรมทางหลวงเปิด 15 จุดพักรถ M7-M9 พร้อมจุดพักรถศรีราชาโฉมใหม่ รับสงกรานต์