
‘แม็กนั่ม’คว้าแชมป์ ที่สุดจอมยุทธ์ตลาด
แม็กนั่มคว้าแชมป์สุดยอดจอมยุทธ์การตลาด หลังทุ่มโซเชียลมีเดียสร้างกระแสแรง
แม็กนั่มคว้าแชมป์สุดยอดจอมยุทธ์การตลาด หลังทุ่มโซเชียลมีเดียสร้างกระแสแรง
นายพัชระ สารพิมพา ผู้อำนวยการฝ่ายคลื่นวิทยุ FM 100.5 MHz เปิยเผยว่า แบรนด์ที่ได้รับรางวัลสุดยอดจอมยุทธ์การตลาดอันดับ 1 คือ แม็กนั่ม จากบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมียอดขายเติบโตถึง 400% จากการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย การจัดกิจกรรม รีลอนช์สินค้าและขยายช่องทางจำหน่ายแม็กนั่ม คาเฟ่ กระทั่งคนต้องต่อคิวรอ ทานไอศกรีม เป็นต้น
อันดับ 2.เป็นของโทรศัพท์มือถือซัมซุง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จากการเป็นแบรนด์เอเชียใช้เวลาไม่ถึงปีจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกด้านโทรศัพท์ ใช้จุดเด่นนวัตกรรมสร้างความแตกต่าง และทุ่มงบเพื่อวิจัยและพัฒนา รวมทั้งโฟกัสทุกกลุ่มเป้าหมาย ตามด้วยรายการ เดอะ วอยซ์ จากทรู มิวสิก คว้าอันดับที่ 3 จากการเป็นรายการที่มีผู้ชมครึ่งค่อนประเทศ และยังมีอัตราค่าโฆษณาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยใช้เครื่องมือการสื่อสารทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเพิ่มการรับรู้ และการมีส่วนร่วมให้กับผู้ชมทางบ้าน
แบรนด์ที่คว้าอันดับ 4 จากการใช้กลยุทธ์ราคา คือ สายการบินแอร์เอเชีย สายการบินต้นทุนต่ำ ที่วางราคาถูกกว่า 30-40% เมื่อเทียบกับสายการบินปกติ เพื่อเจาะกลุ่มชนชั้นกลางและล่าง จนเป็นแบรนด์ที่โตไว จากมีเครื่องบินแค่ 4 ลำ เพิ่มเป็น 30 ลำ และปัจจุบันเข้าตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่อันดับ 5 เป็นของ พฤกษา ที่ใช้กลยุทธ์ราคา โดยยึดทำเลเดียวกับคู่แข่งแต่ใช้หมัดเด็ดคือ ราคา การขายบ้านเน้นปริมาณ การซื้อวัสดุจำนวนมากจนมีอำนาจต่อรองสูง
สำหรับอันดับ 6 คือ ชาเขียวอิชิตัน ที่ใช้การสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นทำประชาสัมพันธ์ รู้จังหวะที่จะทำในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับสังคม ต่อด้วย เอ็นโซโก้เป็นแบรนด์อันดับ 7 ที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจโซเชียล อีคอมเมิร์ซ หรือการทำธุรกรรมซื้อขายผ่านเว็บไซต์ โดยเสนอขายคูปองสินค้าราคาพิเศษ ผสมผสานการทำออนไลน์และราคา
กลุ่มค้าปลีกเซ็นทรัลคว้าอันดับ 8 จากการขยายธุรกิจ 360 องศา บุกขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ อันดับ 9 เป็นของ ซีทีเอช ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ที่สามารถแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่และคว้าประมูลรายการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเหนือทรู และอันดับ 10 คือ เอส ที่ใช้กลยุทธ์การวางสินค้าทางช่องทางจำหน่ายได้มีประสิทธิภาพทำให้วางขายไม่กี่เดือนมีส่วนแบ่ง 19%







