
จ้าง300คนแก้ท่าเรือป่วน
บิ๊กกทท.ดัดหลังม็อบหยุดทำโอเวอร์ไทม์เอกชนร้องต้นทุนพุ่งจี้รัฐเร่งเคลียร์
บิ๊กกทท.ดัดหลังม็อบหยุดทำโอเวอร์ไทม์เอกชนร้องต้นทุนพุ่งจี้รัฐเร่งเคลียร์
คมนาคมสำรองลูกจ้างชั่วคราว 300 คน รับมือม็อบท่าเรือหยุดงาน เอกชนร้องโอ้กต้นทุนพุ่ง
การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เตรียมสำรองลูกจ้างชั่วคราวจำนวน 300 คน เพื่อรองรับการประกาศหยุดงานของสหภาพ กทท. ที่คาดว่าจะเริ่มไม่ทำงานล่วงเวลา (โอเวอร์ไทม์) ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ของวันที่ 15 ก.พ. โดยหลังจากหารือกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม สหภาพฯ ยังยืนให้ไล่ ร.ต.วิโรจน์ จงชาณสิทโธ ออกจากผู้อำนวยการ กทท. เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ ที่ให้ประนีประนอมกับพนักงาน แต่ผู้อำนวยการ กทท. ยังมีพฤติกรรมข่มขู่ ไม่มีความสัมพันธ์อันดีกับพนักงาน
นายประเสริฐ กล่าวว่า สหภาพฯ ยังขอให้คณะกรรมการ กทท. ประชุมในวันที่ 18 ก.พ. เพื่อหาข้อยุติ แต่หากยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ กระทรวงคมนาคมจะเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาต่อไป แต่ขออย่าให้มีการหยุดงาน เพราะจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าเป็นอย่างมาก
ด้านนายไพบูลย์ พลสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทราบข่าวตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. ว่าอาจมีการหยุดงานช่วงการทำงานล่วงเวลา (โอเวอร์ไทม์) เท่านั้น แต่การขนส่งในช่วงเวลาปกติถึง 16.30 น. ยังคงดำเนินการอยู่ ผลกระทบคือต้องจอดเรือนานกว่าเดิม 12 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการเรียกร้องที่เกิดขึ้นจะไม่ยืดเยื้อหรือบานปลายจนถึงขั้นหยุดงานทั้งหมด เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องจะเร่งเจรจาเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพราะหากไม่ยอมความและยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมด รวมทั้งรายได้จากการเก็บค่าจอดเรือ (ภาระหน้าที่) จะลดลงหากเรือสินค้าเปลี่ยนการขนส่งไปประเทศอื่น รวมทั้งกระทบด้านโลจิสติกส์ทั้งระบบซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เนื่องจากที่ผ่านมาการจัดการด้านระบบขนส่งทางเรือเป็นไปด้วยดีและตรงเวลาตลอด 34 ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันมีปริมาณการขนส่งทางท่าเรือกรุงเทพ 1.2 ล้านตู้ต่อปี มีระยะเวลาการจอดเทียบท่าโดยปกติอยู่ที่ 24-36 ขั่วโมง หากการประท้วงยืดเยื้อและล่าช้า ค่าใช้จ่ายของเรือสินค้าจะเกิดขึ้นทันทีและผู้ที่ต้องแบกรับ คือ ผู้ประกอบการ ที่ปัจจุบันต้องเผชิญกับปัจจัยลบด้านอื่นอยู่แล้ว
ด้านผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตร เห็นว่าขณะนี้ผู้ประกอบการต้องแบกรับเรื่องเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ค่าบริการโลจิสติกส์ที่แพงกว่าประเทศอื่นๆ 2 เท่า ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น กระทบต่อการส่งออกมากอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการให้เกิดเรื่องซ้ำเติมผู้ประกอบการอีก ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้ามาจัดการแก้ปัญหาให้จบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้กระบวนการและระบบสามารถดำเนินต่อไปได้ เพราะความล่าช้าเพียง 12 ชั่วโมง ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการอยู่แล้ว







