
ไฟเขียวตรึงราคาก๊าซหุงต้มถึงสิ้นมี.ค.
กพช.ไฟเขียวตรึงราคาแอลพีจีถึงสิ้น มี.ค. ส่วน เม.ย.ยังอ้ำอึ้งขึ้นราคา
กพช.ไฟเขียวตรึงราคาแอลพีจีถึงสิ้น มี.ค. ส่วน เม.ย.ยังอ้ำอึ้งขึ้นราคา
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ไปจนถึงเดือน มี.ค. 2556 เพื่อเตรียมมาตรการลดผลกระทบแก่ครัวเรือนรายได้น้อยและหาบเร่ แผงลอยอาหาร ให้แล้วเสร็จก่อน
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ไม่ยืนยันว่าในเดือน เม.ย. จะปรับขึ้นราคาแอลพีจีทันทีหรือไม่ แต่ให้นโยบายไว้เบื้องต้นว่าจะต้องปรับราคาแอลพีจีให้สะท้อนต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติ จาก 18.13 บาท/กก. เป็น 24.82 บาท/กก. ภายในปี 2556
ก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณากำหนดแนวทางลดผลกระทบผู้มีรายได้เพื่อรองรับการปรับขึ้นราคาแอลพีจี ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจฐานข้อมูลของกลุ่มที่ควรจะได้รับการช่วยเหลือ คาดว่าจะเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้
กพช.ยังเห็นชอบให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแก้ไขคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4/2547 เพื่อให้ครัวเรือนรายได้น้อยและร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร สามารถรับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ จากเดิมที่มีเพียงผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้รับเงินชดเชย
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมการร่วม 9 กระทรวง เพื่อศึกษาความเหมาะสมทั้งระบบของโครงการวิสาหกิจชุมชนพลังงานสีเขียวจากพืชพลังงาน เพื่อส่งเสริมการปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า ก๊าซชีวภาพอัด โดยให้พิจารณาดำเนินการใน 3 พื้นที่ คือ พื้นที่แห้งแล้ง พื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่ปลูกข้าวไม่ได้คุณภาพ และนำผลการศึกษากลับมาเสนอที่ประชุม กพช.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ขณะเดียวกันยังเห็นชอบหลักการของร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อของระบบไฟฟ้าของประเทศสมาชิก 6 ประเทศ (กัมพูชา จีน ลาว เวียดนาม พม่า และไทย) เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าในอนุภูมิภาคให้มีเสถียรภาพ มีความน่าเชื่อถือ







