
ลดเงินสมทบ1%
เร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ลดอัตราเก็บเงินสมทบประกันสังคม จาก 5% เหลือ 4% ตลอดปีนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บรรเทาผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท
เร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ลดอัตราเก็บเงินสมทบประกันสังคม จาก 5% เหลือ 4% ตลอดปีนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บรรเทาผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท
แม้จะบอกว่าเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอี แต่ในทางปฏิบัติจะมีผลบังคับกับสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ทุกแห่งทั่วประเทศ เพราะกฎหมายไม่เปิดช่องให้ สปส.ลดเงินสมทบเฉพาะบางกิจการหรือบางพื้นที่ได้
ทั้งนี้ โดยปกติเงินสมทบ 5% ที่เก็บนั้น จะแยกออกเป็น 3 ส่วนคือ 1.เงินสำหรับสิทธิประโยชน์ 4 กรณี ประกอบด้วย เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และเสียชีวิต 1.5% 2.กรณีว่างงาน 0.5% และ 3.กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ 3%
ขณะที่การลดเก็บสมทบลง 1% นั้น จะไปลดในส่วนของสิทธิประโยชน์ 4 กรณี จาก 1.5% เหลือ 0.5% ซึ่งทำให้รายได้ สปส.ลดลง 2.6 หมื่นล้านบาท เหลือรายรับในปีนี้ 2.02 หมื่นล้านบาท แต่มีรายจ่ายประมาณ 4.18 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายรับจะน้อยกว่ารายจ่าย แต่ผู้ประกันตนจะไม่ได้รับผลกระทบในด้านการรักษาพยาบาล เพราะ สปส.จะนำเงินสะสมที่คงเหลือจากปีก่อนๆ มาชดเชย เนื่องจากตามข้อกำหนดขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่า เงินกองทุนสำหรับจ่ายสิทธิประโยชน์ระยะสั้นควรมีสำรองไว้ 1 เท่าของค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดในปีถัดไป สปส.จึงดึงเงินสำรองส่วนนี้มาใช้อีก 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายสิทธิประโยชน์ในปีนี้ ส่วนเงินสมทบกรณีว่างงาน สงเคราะห์บุตรและชราภาพ ยังคงเก็บที่ 0.5% และ 3% ตามเดิม
อย่างไรก็ดี หากปีต่อไปรัฐยังคงมาตรการลดเก็บสมทบเหลือ 4% อีก จะกระทบกับผู้ประกันตนทันที เพราะรายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายนั่นเอง







