
ขายฝันกทม.ไม่รับการเปลี่ยนแปลง
การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้าสู่โค้งที่ 2 แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหานโยบายของผู้สมัครแต่ละรายกลับไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเมือง
การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้าสู่โค้งที่ 2 แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหานโยบายของผู้สมัครแต่ละรายกลับไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเมือง
พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ ผู้ประสานงานโครงการ Agenda Bangkok ได้ฉายภาพ 10 เทรนด์ กทม.ในอนาคต จากการสำรวจความเปลี่ยนแปลงของสังคม ไลฟ์สไตล์ มาทำเป็นแผนภาพข้อมูลเสนอต่อสื่อมวลชน และผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โครงการนี้จัดเวทีมา 3 ครั้ง ครั้งแรกเริ่มระดมสมองจากคนรุ่นใหม่ ต่อมาส่งไม้ต่อให้นักวิชาการดูข้อมูลว่าเป็นไปได้จริงหรือไม่ และครั้งล่าสุดให้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจมาบอกโอกาสและประสบการณ์ 10 เทรนด์ จนได้ Agenda Bangkok ดังนี้
1.Next Generation Labor หรือแรงงานรุ่นต่อไป หลังปี 2565 ไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบ แต่นโยบายผู้สมัครกลับมีเพียงการเพิ่มเบี้ยยังชีพ หรือการขยายบ้านพักคนชรา ไม่พูดถึงการจัดสาธารณูปโภครองรับสังคมผู้สูงวัย จึงน่ากังวลว่าในอีก 10 ปี คนกลุ่มนี้ซึ่งจ่ายภาษีเข้ารัฐมากที่สุดจะจ่ายน้อยลงเมื่อเกษียณอายุ และวัยทำงานในปี 2565 จะน้อยลง ทำให้ภาษีเข้ารัฐน้อยลงด้วย ผู้ว่าฯ กทม.ควรจะต่ออายุเกษียณออกไปอีก 5 ปี
2.Sex in the City การให้พื้นที่กับความหลากหลายทางเพศ ถูกผู้สมัครพูดถึงน้อยมาก ทั้งที่คนเหล่านี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กรุงเทพฯ ได้มาก 3.Bangkok Identity หรืออัตลักษณ์กรุงเทพฯ กทม.มีคนหลายชาติ หลายภาษาอยู่ด้วยกัน แต่กลับใช้การพัฒนารูปแบบเดียวกันในทุกพื้นที่ ทั้งที่แต่ละชุมชนมีความหลากหลายในตัวเอง ซึ่งมีผู้สมัครอิสระเพียง 12 คนเท่านั้นที่พูดถึงเรื่องนี้
4.Art for all หรือการส่งเสริมให้ กทม.เป็นเมืองศิลปะของทุกคน และใช้ศิลปะเป็นสุนทรียะในการดำเนินชีวิต เช่น ในญี่ปุ่นมีฝาท่อเป็นลายฮัลโหลคิตตี ไต้หวันใช้ลายเส้นของศิลปินชื่อดังตกแต่งสถานีรถไฟใต้ดิน แต่ กทม.เป็นเมืองนิ่งๆ ขาดชีวิตชีวา
5.Emerging Crime หรือการก่ออาชญากรรมอุบัติใหม่ คน กทม.ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กที่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ กทม.มีการพัฒนา Smart City ผ่านฟรีไวไฟ ทว่ากลับไม่มีวิธีการป้องกันการแฮกข้อมูล ไม่มีใครสนใจจะเพิ่มความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี
6.Inclusive Space พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ที่ผู้สมัครทุกคนโฆษณาการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ไม่ได้ให้ความชัดเจนว่า ประชากรเท่าไร ต้องการพื้นที่สีเขียวเท่าไร หรือการเพิ่มเลนจักรยาน ผู้สมัครพูดตรงกันว่าจะต้องเพิ่มเส้นทางมากขึ้น แต่ไม่เคยศึกษาว่าการออกแบบถนนใน กทม.ไม่ได้เอื้อกับการใช้จักรยาน
7.Low Carbon Society สังคมคาร์บอนต่ำ กทม.ได้รับผลกระทบจากปัญหาโลกร้อนโดยตรง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ แต่ผู้สมัครไม่มีรูปธรรมในเรื่องนี้
8.AEC Megacities มหานครเออีซี แม้ว่า กทม.เตรียมเป็นฮับของการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 แต่กลับไม่มีการจัดสวัสดิการหรือสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลาง
9.Emerging Rights สิทธิสำหรับคนทุกกลุ่ม เช่น สิทธิผู้ใช้แรงงานที่เข้ามาสร้างเศรษฐกิจใน กทม. สิทธิคนพิการ ซึ่งผู้ว่าฯ คนก่อนนี้ไปล้อมรั้วสนามหลวงทำให้ขาดพื้นที่รองรับสิทธิของผู้ชุมนุม
10.360 Leadership ผู้นำรอบด้านกรุงเทพฯ ต้องการคนมีวิสัยทัศน์ที่จะรองรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยการให้ความสำคัญกับเมืองที่อายุมากขึ้น ทั้งอายุคน อายุตึก หรือกฎหมาย แต่ผู้สมัครทั้ง 2 พรรคใหญ่ และผู้สมัครอิสระก็ไม่น่าสนใจพอ







