
กกร.ยื้อเวลาช่วยเอสเอ็มอี
คัดให้เหลือ1.5ล้านรายเดือดร้อนค่าแรง..
คัดให้เหลือ1.5ล้านรายเดือดร้อนค่าแรง..
เดินสายอ้อนพาณิชย์คลังเร่งแก้บาทแข็ง..กกร.ขอ 1 เดือน แก้เกณฑ์อุ้มเอสเอ็มอี 1.5 ล้านราย ใช้ 3 หมื่นล้าน
ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน คือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย หารือถึงมาตรการลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท โดยมีการปรับเกณฑ์การช่วยเหลือเอสเอ็มอีเฉพาะรายที่ค่าแรงมีผลทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น 12% ขึ้นไป ซึ่งจะทำให้เอสเอ็มอีที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเหลือ 1.5 ล้านราย วงเงินช่วยเหลือ 3 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเดิมที่จะช่วยครอบคลุม 2.2 ล้านราย เป็นเงิน 5 หมื่นล้านบาท
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ได้ปรับหลักเกณฑ์การขอความช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้รัดกุมขึ้น เพื่อจะได้เสนอรัฐบาลให้ช่วยเหลือตรงถึงกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการขึ้นค่าแรงอย่างแท้จริง โดยจะใช้เวลา 1 เดือน ในการจัดทำฐานข้อมูลและจะเสนอให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาต่อไป
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สัปดาห์หน้า กกร.จะนำ 8 มาตรการลดผลกระทบเงินบาทแข็งค่าที่ได้รับความเห็นชอบวันนี้ไปหารือกับ รมว.พาณิชย์ รมว.คลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลค่าเงินบาทได้รับทราบ
ทั้งนี้ มาตรการ 8 เรื่อง ได้แก่ 1.ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนเร็วไป 2.ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ากว่าคู่แข่งในภูมิภาค 14 ประเทศ คือ อาเซียน 10 ประเทศ จีน บังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา 3.ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การถือครองเงินตราต่างประเทศ 4.ลดวงเงินทำธุรกิจในการป้องกันความเสี่ยงและลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงมาตรการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น
5.ควรแยกบัญชีต่างประเทศระหว่างบัญชีที่เข้ามาลงทุนกับบัญชีเก็งกำไร 6.ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการออกไปลงทุนต่างประเทศ 7.ให้ภาครัฐและเอกชนเร่งลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ 8.แนะนำเอสเอ็มอีให้ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน







