
"พ.ต.อ.อธิป"คีย์แมนแห่งปฏิบัติการรวบกำนันเป๊าะ
พลิกประวัติ "พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล" ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบฯ คีย์แมนคนสำคัญในปฏิบัติการจับกุม "กำนันเป๊าะ"
โดย...วัสยศ งามขำ
ปฏิบัติการจับกุม "สมชาย คุณปลื้ม" หรือ กำนันเป๊าะ มีคีย์แมนคนสำคัญที่คอยวางแผนรวบรวมข้อมูล จนถึงนำเจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมจับกุมที่ชื่อว่า "พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล" ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม ซึ่งมีประวัติที่น่าสนใจยิ่ง
พ.ต.อ.อธิป เป็นบุตรชาย พ.ต.อ.สรสีห์ หรือ อุเทนฉิมอร่าม อดีตรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 ผู้ล่วงลับเกิดตอนบิดารับราชการอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำความได้ว่า นั่งรถโฟล์กเต่าสีฟ้า ป้ายแดง ตระเวนตรวจพื้นที่กับบิดาเป็นประจำ
พอบิดาย้ายเข้านครบาล เขาเลยมาเรียนประถมโรงเรียนปานะพันธุ์ ก่อนต่อมัธยมโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แล้วสอบเข้าเตรียมทหารเลือกเหล่าตำรวจตามรอยเท้าบิดาเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 46บรรจุลงตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินเจอประสบการณ์เฉียดตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรประจำวันไปตรวจคดีอุบัติเหตุจราจรบริเวณโค้งผีสิงหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
นายตำรวจหนุ่มเล่าว่าเหตุเกิดราวตีสอง ยุคนั้นมีอุบัติเหตุบ่อยมาก เนื่องจากสถานบันเทิงย่านห้วยขวางกำลังบูม คนเมาสุราขับรถเจอทางโค้งแล้วจะเอาไม่อยู่ เราไปตรวจที่เกิดเหตุ วางกรวยยาง กำลังเขียนแผนที่ยืนหันหลังให้รถที่วิ่งมา ได้ยินเสียงรถเบรกเอี๊ยดหลุดโค้งตะแคงไถลมาแต่ไกลระยะห่างกับที่ยืนอยู่ไม่ถึง 10 เมตร
“ผมหันไปเห็นแล้วกระโดดหลบทันที รถคันนั้นพุ่งชนรถที่เกิดอุบัติเหตุก่อนหน้าดังสนั่นเกิดแรงอัดอากาศกระแทกร่างผมกระเด็นไปอีกหลายเมตรเหมือนแรงระเบิดซีโฟร์ พอตั้งสติได้คิดอย่างเดียวลูกน้องเป็นอะไรหรือไม่ ชาวบ้านเจ็บหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าทุกคนปลอดภัยจึงไปดูรถคันเกิดเหตุ คนขับรอดตายปีนออกมาแถมถือขวดเหล้าออกมาด้วย ไม่น่าเชื่อจริง ๆ”
อยู่พหลโยธินไม่นาน พ.ต.อ.อธิป ย้ายเป็นรองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจนครบางซื่อ เจอสำนวนคดีอาญาปีละ 6,000 กว่าคดี ร้อยเวรต้องรับผิดชอบตกประมาณคนละ 600 คดี เขาบอกว่า ตอนนั้นพ่อเป็นรองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครเหนือมักพูดให้ฟังเกี่ยวกับงานสอบสวนว่า มีความสำคัญมาก เพราะมีอำนาจ มีหน้าที่หลายอย่าง มีส่วนช่วยเหลือประชาชนได้ไม่น้อย เชื่อว่า พ่อคงวางแนวทางไว้ให้ไปเจอเหตุการณ์จริง ไปทำงานจริง
ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้กำกับกองปราบปรามกลับมองว่า ตัวเป็นลูกตำรวจใหญ่ก็จริง แต่พ่อแทบไม่ช่วยอะไรเลย ไม่มีลูกนายคนไหนที่ให้ลูกไปอยู่โรงพัก อยู่งานสอบสวน มีอะไรพร้อมจะโดนก่อน แต่ถ้ามองอีกมุมเชื่อว่า พ่ออาจจะฝึกให้เราแกร่ง โชคดีที่อยู่บางซื่อจนเป็นสารวัตรสอบสวนไม่เคยถูกตั้งกรรมการสะสมประสบการณ์จนเชี่ยวชาญงานสอบสวนสมกับที่พ่อวางไว้ก่อนย้ายเป็นพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รับการประเมินเลื่อนเป็นสัญญาบัตร 3 เทียบเท่ารองผู้กำกับรับหน้าที่ไม่ต่างหัวหน้าพนักงานสอบสวนทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่เว้นวันหยุด
สุดท้ายได้ลับคมวิชาสืบสวนโดยบังเอิญ หลังจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เข้ามารักษาการตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปรามโผล่มาเจอเขาในเช้าวันหนึ่งที่กำลังมีคดีสำคัญ “ท่านชวนผมไปช่วยขับรถให้ ระหว่างทางท่านสอนเทคนิควิธีการสืบสวนให้ผมตลอด ตอนนั้นก็ไม่รู้จักท่าน รู้แค่ว่า เป็นอาจารย์สอนสืบสวนสอบสวน นับจากนั้นเป็นต้นมา ผมได้ความรู้จากท่านเยอะมากเกี่ยวกับวิชาภูมิศาสตร์อาชญากรรม เริ่มลงไปสืบสวนคดี ขยับเป็นผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม”พ.ต.อ.อธิปย้อนวันวาน
โชว์ผลงานบุกจับมือปืนอันดับ 9 ตามบัญชีดำของกองปราบปราม หลังเข้ามาหลบกบดานอยู่ในอพาร์ตเมนต์ซอยเสือใหญ่อุทิศ ถนนรัชดาภิเษก เจ้าตัวเล่าว่า คนร้ายมีหมายจับหลายใบ เคยยิงฝ่าวงล้อมตำรวจพังงามาแล้ว มีพฤติกรรมพกปืนติดตัวตลอดเวลา พอลูกน้องได้ข่าวมา เราในฐานะหัวหน้าหน่วยจำเป็นต้องนำกำลังไปปิดล้อมอพาร์ตเมนต์แล้วประสานหน่วยคอมมานโดจู่โจมจับกุมพร้อมปืน 11 มิลลิเมตร ระเบิดอีก 1 ลูก จากนั้นถึงย้ายเป็นผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษคุมหน่วยคอมมานโดเอง
ทั้งนี้ พ.ต.อ.อธิปเคยลาอุปสมบท และจำพรรษาอยู่ที่วัดในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเวลา 3 เดือนครึ่ง มันทำให้เขาเรียนรู้หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ารวมถึงหลักการดำเนินชีวิตของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า “ให้มีชีวิตอยู่ด้วยปัจจุบัน ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคตการมีสติอยู่กับปัจจุบัน ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นปัจจุบันวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วอดีตกับอนาคตก็จะดีไปเอง” มีส่วนให้นายตำรวจหนุ่มก้าวในเส้นทางอาชีพอย่างมั่นคง
สมเป็นตำรวจรับใช้ชุมชนตามทฤษฎีใหม่ของผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง







