
เปิด 4 พันธกิจหลักองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน
ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปีนี้องค์กรมี 4 พันธกิจหลัก คือ
ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปีนี้องค์กรมี 4 พันธกิจหลัก คือ
1.สร้างความน่าเชื่อถือขององค์กร เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ความรู้ รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อภาครัฐ
2.สร้างเครือข่ายการทำงานทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล เช่น การให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกกฎระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของรัฐให้รัดกุม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
3.สนับสนุนชี้นำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายทั้งภาครัฐและเอกชน
4.สร้างแรงจูงใจส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดต้นแบบของสังคม
ทั้งนี้ สถาบันโกลบอล ไฟแนนเชียล อินเทกริตี หรือจีเอฟไอ ใช้ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่สามารถตรวจสอบได้ว่ารายรับจากต่างประเทศของประเทศหนึ่งจะต้องเท่ากับรายจ่ายของประเทศอื่นๆ รวมกัน
เช่น ถ้าประเทศ ก. แจ้งว่ามีรายได้จากการส่งออก 100 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อรวมรายจ่ายของประเทศอื่นที่ซื้อสินค้าจากประเทศ ก. มีมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะต้องถามประเทศ ก. ว่า ส่วนต่างนั้นอยู่ที่ไหน
และตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่ลักลอบนำออกจากไทย 371,100 ล้านบาท ในปี 2553 สูงเท่ากับงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศใน 67 ปีข้างหน้า หากนำเงินจำนวนนี้มาใช้จ่ายในโครงการเพื่อการศึกษาและสวัสดิการสังคมจะสามารถลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำได้มากมาย
จีเอฟไอประมาณการว่า เงินลักลอบส่งออกนี้ส่วนใหญ่ได้จากการคอร์รัปชัน รายได้จากอาชญากรรม และการหลีกเลี่ยงภาษี จึงเป็นเงินที่ไม่สามารถนำไปลงทุนในกิจการที่เปิดเผยและเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม
หากมองในภาพรวมการสำรวจทั้ง 143 ประเทศ พบว่าปี 25442553 ประเทศกำลังพัฒนาสูญเสียเงินจากการลักลอบนำเงินออกไปสู่ประเทศร่ำรวยเฉลี่ยปีละ 5.86 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 13.3% เฉพาะปี 2553 ลักลอบนำออกถึง 8.59 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 26.6 ล้านล้านบาท)
โดย 10 ประเทศแรกที่มีการลักลอบเงินออกมากที่สุดอยู่ในเอเชีย 5 ประเทศ คือ จีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และอินโดนีเซีย ส่วนไทยและบรูไน ซึ่งเป็นประเทศในอาเซียนอยู่ในอันดับที่ 13 และ 20 m







