
วิปค้านบี้รัฐแถลงผลงาน1ปีต่อสภา
วิปฝ่ายค้านยื่นญัตติให้รัฐบาลแถลงผลงานครบรอบ1ปีต่อสภา จี้ชี้แจงกรอบค้าเสรีอียูหวั่นคนจนใช้ยาแพง
วิปฝ่ายค้านยื่นญัตติให้รัฐบาลแถลงผลงานครบรอบ1ปีต่อสภา จี้ชี้แจงกรอบค้าเสรีอียูหวั่นคนจนใช้ยาแพง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติให้รัฐบาลแถลงผลการดำเนินการครบรอบ 1ปีต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 75 เนื่องจากรัฐบาลต้องแถลงตั้งแต่สมัยการประชุมสามัญทั่วไป ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลกลับยื่นญัตติช้าทำให้แถลงไม่ทัน และเมื่อถึงสมัยการประชุมสมัยนิติบัญญัติไม่สามารถแถลงในที่ประชุมได้ยกเว้นรัฐสภาหรือที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติด้วยเสียงส่วนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่อนุญาตให้พิจารณาได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา127 วรรคสี่ ดังนั้น ฝ่ายค้านจึงยื่นญัตติให้แถลงผลงานในการประชุมร่วมรัฐสภาแทนในวันที่ 29 ม.ค. และขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภานำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา เพื่อต้องการทราบว่า 1ปีที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้มีผลงานและอุปสรรคการดำเนินงานอะไรบ้าง
นายจุรินทร์ กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 29ม.ค.นี้ ที่มีวาระสำคัญ เรื่องกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ 17ประเด็น โดยวิปฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตและห่วงใยในเรื่องแอลกอฮอล์ บุหรี่ ซึ่งไม่มีการระบุว่าจะนำเหล้ากับบุหรี่ออกจากกรอบการเจรจา จึงต้องการคำตอบจากรัฐบาลว่ามีเรื่องนี้หรือไม่
ทั้งนี้เพราะเรื่องดังกล่าวอาจนำไปสู่ผลกระทบที่เกี่ยวพันกับกฎหมายและระเบียบต่างๆ เช่นกรณีบุหรี่ ที่ไทยมีรูปแบบคำเตือนบนซอง ซึ่งถ้ามีข้อตกลงไปในทางใดทางหนึ่ง จะมีผลกระทบต่อบุหรี่ที่นำเข้ามาในประเทศไม่จำเป็นต้องทำตามกฎระเบียบนี้หรือไม่ และถ้าข้อตกลงเกินเลยถึงลักษณะที่ปรากฏในการทำเอฟทีเอกับบางประเทศ ก็อาจจะถูกบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ข้ามชาตินำไปร้องต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นห่วงในกรอบการเจรจาเรื่องยา ซึ่งเป็นเอกสารระบุเพียงว่าต้องการเจรจาให้สอดคล้องกับข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ เรื่องนี้รัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจนด้วย เพราะผู้ใช้ยาที่เป็นคนไทย อาจจะนำไปสู่การขยายอายุสิทธิบัตรเกินกว่าที่กฎหมายปัจจุบันใช้อยู่ก็ได้ เช่น ปัจจุบันใช้อยู่ 20 ปี อาจจะขยายเพิ่มอีก 5 ปี และอาจจะมีการกีดกันการขึ้นทะเบียนยา หรือขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรยาชนิดเดียวกัน แม้หมดอายุสิทธิบัตรแล้วก็ยังกีดกัดอยู่ใช่หรือไม่ รัฐบาลต้องตอบเรื่องนี้เพื่อป้องกันการผูกขาดยาและซื้อยาแพงเกินกว่าคนยากจนจะซื้อยาได้







