
เจโรมนโม : ลมหายใจเฮือกสุดท้าย บิน ลาเดน
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2544 วายร้ายหมายเลขหนึ่งของโลก “บิน ลาเดน” ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวชาวปากีสถานในที่หลบซ่อนอันเร้นลับว่า “ถ้าหนีไม่รอดเขาจะยอมมอบตัวหรือไม่” โดย บิน ลาเดน หัวเราะและตอบกลับอย่างไม่ลังเลว่า “ข้าพเจ้าหลงใหลในความตาย พวกอเมริกันรักการมีชีวิต ข้าพเจ้าจะเผชิญหน้าและต่อสู้กับพวกเขา จะไม่มีการยอมแพ้หรือยอมมอบตัว ถ้าข้าพเจ้าจะต้องตาย ข้าพเจ้าขอตายด้วยลูกปืน”
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2544 วายร้ายหมายเลขหนึ่งของโลก “บิน ลาเดน” ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวชาวปากีสถานในที่หลบซ่อนอันเร้นลับว่า “ถ้าหนีไม่รอดเขาจะยอมมอบตัวหรือไม่” โดย บิน ลาเดน หัวเราะและตอบกลับอย่างไม่ลังเลว่า “ข้าพเจ้าหลงใหลในความตาย พวกอเมริกันรักการมีชีวิต ข้าพเจ้าจะเผชิญหน้าและต่อสู้กับพวกเขา จะไม่มีการยอมแพ้หรือยอมมอบตัว ถ้าข้าพเจ้าจะต้องตาย ข้าพเจ้าขอตายด้วยลูกปืน”
และนั่นก็เป็นการให้สัมภาษณ์สื่อครั้งสุดท้ายของบิน ลาเดน ก่อนที่หน่วยทหารนาวิกโยธินสหรัฐที่มีชื่อว่า ซีลส์ ซิกซ์ (SEALs 6) จะยัดลูกกระสุนปืนเข้าสู่บริเวณเหนือคิ้วด้านซ้ายและจบชีวิตของเขาพร้อมกับภรรยา ในบริเวณอาณาจักรของเขาที่ใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนการตามล่าตัวมานานนับ 10 ปี ณ เมืองแอบบอตตาบัด ของปากีสถาน เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2554
ที่เปิดฉากมาทั้งหมดต้องการให้ท่านผู้อ่านได้เห็นจุดเริ่มและจุดจบของชีวิตผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของคนบริสุทธิ์ ไม่นับรวมความเสียหายด้านทรัพย์สินที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ และที่สร้างความดังให้ตัวเขามากที่สุด ได้แก่ การใช้เครือข่ายบริวารบินถล่มตึกเวิลด์เทรด และกระทรวงกลาโหมสหรัฐจนเสียหายเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544
ทำไมบิน ลาเดน ถึงกลายเป็นผู้ก่อการร้ายทั้งที่เติบโตในครอบครัวนักธุรกิจ ที่มีบิดาเป็นผู้มีชื่อเสียงและมีสายสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับองค์พระมหากษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย คำตอบ คือ อุดมการณ์ที่ไม่หวั่นไหวของเขาที่ต้องการทำให้ประเทศมุสลิมรวมตัวกันเป็นรัฐมุสลิมผ่านการทำสงครามอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้น การทำสงคราม ความตาย และความรุนแรงโดยการใช้อาวุธ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ทางความคิดและเครื่องมือในการนำไปสู่เป้าหมาย
ผลงานความเหี้ยมโหดของบิน ลาเดน ได้แก่ ปี 1979 ได้เข้าร่วมรบกับกลุ่มกบฏมูจาฮีดีนขับไล่สหภาพโซเวียตออกจากอัฟกานิสถาน ปี 1990 เป็นผู้นำคัดค้านการเข้ามาตั้งฐานทัพอเมริกันในซาอุดีอาระเบียจนถูกขับออกนอกประเทศไปอาศัยอยู่ในซูดาน ก่อนจะถูกขับออกจากซูดานไปอาศัยอยู่ในอัฟกานิสถาน และร่วมขบวนการกับกลุ่มอัลกออิดะห์ในปี 1995 มีส่วนพัวพันกับการถล่มตึกเวิลด์เทรดในปี 1993 ต่อมาในปี 1998 บิน ลาเดน มีส่วนพัวพันกับการระเบิดสถานทูตสหรัฐในเคนยาและแทนซาเนีย มีผู้เสียชีวิตกว่า 224 คน ในปี 2000 บิน ลาเดน มีเอี่ยวกับการโจมตีเรือรบยูเอสเอส โคล ในเยเมน ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 17 นาย
อีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้เขียนตัดสินใจนำเสนอเรื่องราวของของบิน ลาเดน ก็เนื่องจากว่าปลายสัปดาห์นี้จะมีภาพยนตร์ฮอลลีวูดเกี่ยวกับการตามล่าสังหารบิน ลาเดน ออกฉายในไทย การทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับบิน ลาเดน และการปฏิบัติการของสหรัฐ น่าจะมีประโยชน์ต่อการชมภาพยนตร์ดังกล่าว
ในส่วนของปฏิบัติการตามล่าบิน ลาเดน ของสหรัฐ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา หน่วยข่าวกรองสหรัฐรวมทั้งสายลับมือดีทั่วโลกได้ติดตามข่าวสารจากทุกแหล่งเพื่อแกะรอยที่อยู่ จนกระทั่งเมื่อข้อมูลถูกนำเสนอต่อประธานาธิบดีเมื่อต้นปี 2011 โอบามาต้องคิดหนักและต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง มิฉะนั้นจะเป็นการปล่อยให้บิน ลาเดน หนีไปอีก ซึ่งนั่นย่อมจะหมายถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของชาวอเมริกันและประชาชนทั่วโลก
ก่อนวันปฏิบัติการสังหารบิน ลาเดน เพียง 3 วัน ทีมยุทธศาสตร์สหรัฐได้สรุป 3 ทางเลือกให้โอบามาเป็นผู้ตัดสินใจ 1) รอจนกว่าบิน ลาเดน จะโผล่ออกมาจากที่พักแล้วค่อยลงมือ โดยอาศัยการเกาะติดความเคลื่อนไหวผ่านสายลับและข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม 2) ถล่มอาคารที่พักของบิน ลาเดน โดยอาศัยเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบบีทู บอมบ์เมอร์ เป็นอาวุธหลัก และทางเลือกสุดท้ายได้แก่ 3) ใช้หน่วยซีลส์ ซิกซ์ ที่ถือว่าเป็นทีมสังหารที่ดีที่สุดในโลก บุกเข้าไปในอาคารและสังหาร
การตัดสินใจของประธานาธิบดีโอบามาเต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากว่าการตัดสินใจดำเนินการใดๆ โดยไม่แจ้งให้รัฐบาลปากีสถานซึ่งเป็นเสมือนเจ้าของพื้นที่ได้รับรู้ หมายถึงการบุกรุกอาณาเขตของอีกประเทศ ซึ่งผิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทูต บรรดาทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคงก็มีความเห็นแตกต่างกันออกไป จนทำให้ประธานาธิบดีโอบามาต้องลุกออกจากที่ประชุมและตัดสินใจตามลำพัง
ก่อนวันที่ 1 พ.ค. 2554 ประมาณ 2 วัน ประธานาธิบดีโอบามาได้แจ้งให้ฝ่ายปฏิบัติการทราบว่า เขาเลือกใช้หน่วยซีลส์ ซิกซ์ สังหารบิน ลาเดน โดยระหว่างปฏิบัติการคณะผู้บริหารสหรัฐได้ชมภาพดาวเทียมจากสถานที่ปฏิบัติการจริงจากวินาทีแรกจนถึงวินาทีสุดท้าย ที่มีโค้ดข้อความส่งเข้ามาว่า “Geronimo : EKIA” ที่แปลว่า “บิน ลาเดน ไปสู่ยมโลกแล้ว”







