
ไม่เจ็บ1ปี...ได้ทันที1พันบาท
แม้ “สุขุมพันธุ์” จะยอมรับว่าไม่ถนัดที่จะออกนโยบายประชานิยม “แบบฮาร์ดเซลขายตรง”
แม้ “สุขุมพันธุ์” จะยอมรับว่าไม่ถนัดที่จะออกนโยบายประชานิยม “แบบฮาร์ดเซลขายตรง”
และรู้สึกหนักใจหากต้องใช้นโยบาย ลด แลก แจก แถม อย่างที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.รายอื่นใช้ เนื่องจากถ้าไม่สามารถทำได้จริงและกลับยิ่งสร้างความเสียหายขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม หากพิเคราะห์นโยบายของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แล้วสรุปความว่ามีความเป็น “ประชานิยม” อยู่ ก็ดูไม่เกินความจริงเท่าใดนัก
นโยบายที่น่าจะถูกใจประชาชน ม.ร.ว.สุขุมพันธ์บอกว่า เป็น “โครงการไม่ป่วยเราดูแล” โดยจะคืนเงินให้ประชาชนรายละ 1,000 บาท หากสุขภาพแข็งแรงตลอดปี เพราะที่ผ่านมาพบว่า กทม.ต้องสูญเสียงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมหาศาล เฉลี่ยให้บริการปีละ 1.2 ล้านครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท นั่นหมายความว่า หากสามารถทำให้ประชาชนไม่ป่วยได้ ก็จะเหลือเงินไปพัฒนาด้านอื่นๆ ได้อีก
“ทุกๆ สิ้นปีจะมีการให้บริการตรวจสุขภาพอย่างครบวงจรฟรีที่โรงพยาบาลสังกัด กทม. อาทิ ตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม หากพบว่าไม่ป่วยก็จะจ่ายเงินให้คนละ 1,000 บาท หากปีต่อไปยังคงไม่ป่วยก็อุดหนุนเพิ่มขึ้นอีก 1,000 บาท”
คุณชายสุขุมพันธุ์ อธิบายว่า โครงการนี้จะทำให้งบประมาณด้านการดูแลสุขภาพใน กทม.ประหยัดลง รวมถึงสามารถจูงใจให้คนที่ใช้โรงพยาบาลสังกัด กทม.กว่าปีละ 6 แสนคน ให้ดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเบื้องต้นตั้งงบไว้ปีละ 1,000 ล้านบาท แต่หากคน กทม.ไม่ป่วยสักครึ่งหนึ่ง หรือ 3 แสนคน กทม.ก็จะเสียงบประมาณจุดนี้ไปแค่ 300 ล้านบาทเท่านั้น
นอกจากเรื่องนี้ การดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจรก็เป็นหนึ่งในนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่นำเสนอกวาดคะแนนเสียง
นั่นเพราะในอีก 20 ปีข้างหน้า สัดส่วนผู้สูงอายุใน กทม.จะเป็น 25% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ขณะนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น คุณชายสุขุมพันธุ์ บอกว่า ที่ผ่านมาได้สร้างโรงพยาบาลบางขุนเทียน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสำหรับดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะไว้แล้ว หากได้รับเลือกตั้งก็จะต่อยอดทั้งระบบได้
เขา อธิบายว่า จากนี้จะสร้าง Aging Community เป็นที่พักอาศัยผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีการสร้างสังคมย่อยๆ ให้อยู่อาศัยร่วมกัน โดยที่ตั้งจะใช้พื้นที่ 30 ไร่ ทำเลอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ขณะเดียวกันจะพัฒนาโรงพยาบาลทุกแห่งในสังกัด กทม.ให้ดูแลผู้สูงอายุอย่างเข้มแข็งมากขึ้น
นอกจากนี้ เตรียมปรับศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัด กทม.อีก 68 แห่ง เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น และจัดตั้งอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในทุกชุมชนของ กทม.เมื่อใดก็ตามที่ปวดหัว ปวดตัว ก็ไม่จำเป็นต้องนั่งแท็กซี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางขุนเทียน เพราะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุจะเข้ามาดูแลทันที
สำหรับนโยบายเพื่อวัยรุ่น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บอกว่า กำลังจะเปิดตัวช่องทางอินเตอร์แอ็กทีฟระหว่าง กทม.กับประชาชนภายใต้สายด่วน 1555 เรียกว่า “อายแบงคอก” ที่แต่เดิมเป็นเพียงคอลเซ็นเตอร์จืดๆ ให้เป็นช่องทางที่วัยรุ่นและประชาชนทั่วไปโทรเข้ามาแสดงความเห็นหรือร้องเรียนได้ผ่านสมาร์ตโฟน รวมถึงสามารถตอบกลับไปได้ด้วยว่า กทม.ได้แก้ปัญหาอะไรไปแล้วบ้าง
ส่วนปัญหาภูมิทัศน์ของหาบเร่แผงลอยมีให้เห็นทั่วไป และเกิดความสุ่มเสี่ยงแก่สวัสดิภาพของคนเดินถนน คุณชาย บอกว่า หาบเร่แผงลอยเป็นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ กทม.ที่ทำให้ชนะรางวัลเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก 3 ครั้งติดกัน ซึ่งคงไม่สามารถไปแปรเปลี่ยนอะไรได้
สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม คุณชายสุขุมพันธุ์ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดย 4 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 5,022 ไร่ รวมถึงสวนสาธารณะใหญ่ 3 แห่ง มาครั้งนี้จะเสนออีก 5,000 ไร่ ไม่เน้นปริมาณแต่จะเน้นคุณภาพ ตั้งเป้าเพิ่มสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 10 ไร่ จำนวน 13 แห่ง นอกจากนี้จะพัฒนาบริเวณคลองหลอดและคลองผดุงกรุงเกษมให้สะอาด
นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มทางจักรยานขึ้นอีก 30 เส้นทาง จากเดิมซึ่งมีทั้งสิ้น 200 กิโลเมตร พร้อมทั้งจะเปิดให้ประชาชนสามารถเช่ารถจักรยานได้ที่สถานีบีทีเอส โดยจัดหาไว้ทั้งสิ้น 1 หมื่นคัน







