posttoday
สมช.มั่นใจศาลโลกยกคำร้องพระวิหาร

สมช.มั่นใจศาลโลกยกคำร้องพระวิหาร

25 มกราคม 2556

สมช.มั่นใจ 2 เหตุผล ศาลโลก ไม่พิจารณาแบ่งเส้นเขตแดน แนะรัฐบาล - ฝ่ายค้าน - พธม. จับมือกันจัดเวทีทำความเข้าใจ ปชช.สู้คดี

สมช.มั่นใจ 2 เหตุผล ศาลโลก ไม่พิจารณาแบ่งเส้นเขตแดน แนะรัฐบาล - ฝ่ายค้าน - พธม. จับมือกันจัดเวทีทำความเข้าใจ ปชช.สู้คดี

นายถวิล  เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เปิดเผยว่ามั่นใจว่าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก อาจไม่พิจารณาพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร เนื่องจาก 2 ประเด็นหลัก คือ ศาลโลกไม่สามารถพิจารณาได้ เนื่องกัมพูชาไม่ได้ฟ้องคดีใหม่ จึงไม่เข้าข่ายที่ศาลโลกจะรับไว้พิจารณา เพราะในปี 2505 ศาลโลกพิจารณาปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาเท่านั้น 

และอีกประเด็น คือศาลโลกไม่มีอำนาจพิจารณาตัดสินแบ่งเส้นเขตแดน ที่ปัจจุบันทั้งไทยและกัมพูชาถือแผนที่ปักปันเขตแดนตามแนวสันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรักกันคนละฉบับ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของทั้งสองฝ่ายในบริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตร.กม.

นายถวิล กล่าวว่าตั้งแต่ครั้งปี 2505 ที่กัมพูชายื่นให้ศาลโลกตัดสินว่าตัวปราสาทพระวิหารเป็นของประเทศใด พร้อมกับยื่นแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน แนบท้ายให้ศาลโลกขีดเส้นการอ้างสิทธิพื้นที่บริเวณรอบปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนไทยด้านอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และชายแดนกัมพูชาด้านจังหวัดพระวิหาร แต่ศาลโลกตัดสินเพียงตัวปราสาทพระวิหาร และมีมติไม่รับแผนที่แนบท้ายของกัมพูชาไว้พิจารณา  ดังนั้นมั่นใจว่าในการตัดสินครั้งนี้ศาลโลกจะไม่รับตีความแผนที่แนบท้าย 1 ต่อ 2 แสน ที่กัมพูชาฟ้องให้ศาลโลกตีความแต่อย่างใด

"ตั้งแต่ 50 กว่าปีก่อนไทยกับกัมพูชายอมรับและอยู่ด้วยกันได้ว่าปราสาทเป็นของกัมพูชา ส่วนพื้นที่ทับซ้อนในการอ้างสิทธิ์ ที่กัมพูชา ถือแผนที่ 1ต่อ 2 แสน ฝ่ายไทยถือแผนที่ 1 ต่อ 5 หมื่น ก็มาตกลงทำบันทึกข้อตกลง หรือ เอ็มโอยู ปี 2543 ที่จะมาปักปันเขตแดนกัน" นายถวิล กล่าว

นายถวิล กล่าวว่าในการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารฝ่ายไทยเสียเปรียบกัมพูชาในเรื่องความเป็นเอกภาพในท่าทีเพราะฝ่ายไทย กล่าวคือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ต่างมีจุดยืนที่ต่างกัน ผิดจากฝ่ายกัมพูชาที่สามารถทำความเข้าใจกับประชาชนได้  ดังนั้นวันนี้ทุกฝ่ายควรหยุดทะเลาะกันทั้งฝ่ายค้านที่โทษว่าเพราะสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วม (Joint Communique) ที่นายนพดล ปัทมะ เป็นรมว.กระทรวงการต่างประเทศในสมัยนั้น ทำให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารได้ และฝ่ายรัฐบาลกล่าวโทษว่าเพราะความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี จนกลายเป็นการสู้รบกันในที่สุด แต่ ณ วันนี้ทุกฝ่ายควรสามัคคีกันและมองผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้งเพื่อปกป้องอธิปไตยไทย โดยต้องทำความเข้าใจร่วมกัน


"ท่าทีภายในประเทศของเราเองมีปัญหาไม่เป็นเอกภาพ กลุ่มพันธมิตรฯ พรรคประชาธิปัตย์ หรือ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไปกันคนละทิศละทาง วันนี้ถึงเวลาที่เราควรจับมือร่วมกันทำความเข้าใจกับประชาชน หากชนะเราจะทำอย่างไร หรือต้องยอมรับอย่างไรหากเราแพ้" อดีตเลขาธิการ สมช. กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน