posttoday
ก็แค่ยุทธศาสตร์

ก็แค่ยุทธศาสตร์

24 มกราคม 2556

ยุทธศาสตร์ประเทศของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศต่อข้าราชการระดับสูงของกระทรวง กรม กองต่างๆ และสาธารณชน ซึ่งเป็นแผนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยจะต้องจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ประเทศ

ยุทธศาสตร์ประเทศของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศต่อข้าราชการระดับสูงของกระทรวง กรม กองต่างๆ และสาธารณชน ซึ่งเป็นแผนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยจะต้องจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ประเทศ

แผนของรัฐบาลทั้ง 4 ด้าน คือ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน การลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน สร้างการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวล้วนเป็นนามธรรม เพราะเป็นกรอบกว้างๆ ไม่มีการลงลึกในรายละเอียด แต่ที่ชัดเจนคือ เป้าหมายการดำเนินนโยบายต่างๆ เป็นการกระทำเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวปีละ 56% และมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นเป็น 544,213 บาทต่อคนต่อปี ภายในปี 2570 สูงขึ้น 3 เท่าตัวจากปี 2554

เป้าหมายดังกล่าวล้วนเป็นแนวทางเพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชน โดยใน 13 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะไม่เป็นประเทศที่ยากจนที่จะต้องขอรับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ จากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น โครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การขอสิทธิพิเศษทางภาษีเพื่อการส่งออก (จีเอสพี) เป็นต้น

การจะบรรลุเป้าหมายได้ รัฐบาลจะต้องทำให้เศรษฐกิจขยายตัวสูง อัตราการว่างงานต่ำ และแรงงานมีฝีมือสูงขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งหนี้ครัวเรือนก็จะต้องต่ำลงเช่นกัน

อย่างไรก็ดี การที่รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศออกมาเช่นนี้ การดำเนินนโยบายที่รัฐบาลใช้อยู่ในปัจจุบันอาจจะต้องปรับเปลี่ยน เพราะนโยบายประชานิยมนั้นสวนทางกับการยกระดับรายได้ของประชาชนอย่างยิ่ง

ที่นโยบายรัฐบาลสวนทางกับยุทธศาสตร์นั้น ก็เพราะรัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดินส่วนใหญ่ไปกับโครงการประชานิยม ที่ไม่ได้สร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น โครงการรับจำนำราคาข้าวที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท ก็ได้ทำลายตลาดส่งออกข้าว ประเทศไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวไปให้เวียดนาม อีกทั้งไม่จูงใจให้ชาวนาพัฒนาคุณภาพข้าว กลับส่งเสริมให้เน้นด้านปริมาณมากขึ้น เพื่อจะได้เงินจากการจำนำข้าวมากเช่นกัน

โครงการกู้เงินจากกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนเอสเอ็มแอล กองทุนพัฒนาสตรี กองทุนตั้งตัวได้ โครงการรถยนต์คันแรก เหล่านี้ล้วนแต่เพิ่มปริมาณหนี้ครัวเรือนทั้งสิ้น

นอกจากนี้ นโยบายการขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำวันละ 300 บาท แทนที่จะแบ่งอัตราการจ้างงานให้สอดคล้องไปกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน ทำให้แรงงานไม่สนใจที่จะเรียนรู้การปรับปรุงตัว

นอกจากนี้ การออกกฎหมายที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของคนรวยและคนจน เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งภาษีมรดก กลับไม่ได้รับการสนใจจากรัฐบาลนี้เท่ากับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ฉะนั้น หากรัฐบาลจะบริหารประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ก็จะต้องปรับนโยบายใหม่ หากยังคงดำเนินนโยบายเหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่มีทางที่จะบรรลุเป้าหมายที่สวยหรูนี้ได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน