
โลกมองไทย
เจมส์ แบลร์ ผู้สื่อข่าวนิตยสารเอเชีย เซนทิเนล แสดงความเห็นผ่านบทความ ระบุว่า แม้จะเป็นที่ยอมรับและได้รับการพิสูจน์แล้วว่า กลุ่มก่อการร้ายทางภาคใต้ของประเทศไทยไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้ายสากล แต่เหตุร้ายรายวันที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน อาจจะนำไปสู่การขยายเป้าหมายและพื้นที่ในการเลือกโจมตีได้ในอนาคต
เจมส์ แบลร์ ผู้สื่อข่าวนิตยสารเอเชีย เซนทิเนล แสดงความเห็นผ่านบทความ ระบุว่า แม้จะเป็นที่ยอมรับและได้รับการพิสูจน์แล้วว่า กลุ่มก่อการร้ายทางภาคใต้ของประเทศไทยไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้ายสากล แต่เหตุร้ายรายวันที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน อาจจะนำไปสู่การขยายเป้าหมายและพื้นที่ในการเลือกโจมตีได้ในอนาคต
เห็นได้จากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มเป้าหมายของการโจมตีได้ขยับขยายจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทหาร และตำรวจ เป็นพระสงฆ์ คุณครู หรือกระทั่งเด็กนักเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ
สถานการณ์ดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมหาศาล โดยแบลร์ได้ยกข้อมูลการจัดอันดับของสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ (ไออีพี) ของสหรัฐ ที่จัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ 8 ของประเทศที่ปัญหาการก่อการร้ายมีผลต่อเสถียรภาพและความมั่นคงมากที่สุดจากทั้งหมด 158 ประเทศทั่วโลก แซงหน้าซูดานและอิสราเอลในปี 2555 ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องน่าเสียใจที่ทางการไทยยังคงไม่สามารถหาทางออกที่เหมาะสมได้ ขณะที่บรรดามาตรการต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการแก้ปัญหา ก็อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาก่อนบังคับใช้ จนทำให้สถานการณ์ในภาคใต้มีแนวโน้มจะเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น แบลร์ สรุปว่า จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแม้แต่น้อยที่บรรดาสถานทูตของประเทศต่างๆ จะออกใบเตือนให้นักท่องเที่ยวของตนระมัดระวังตนเองมากขึ้นในการเดินทางมาเยือนไทย แม้ว่าจะไม่ได้ลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดนั้นก็ตาม โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตหรือเกาะสมุย ซึ่งอยู่ภูมิภาคเดียวกัน
เพราะถึงไทยจะยืนกรานหนักแน่นว่าปลอดภัย แต่ก็เคยมีตัวอย่างมาแล้วในฟิลิปปินส์ที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายโจมตีแหล่งท่องเที่ยวที่ทางการรับรองว่าปลอดภัยที่สุด และลักพาตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อต่อรองกับรัฐบาล







