
ปฏิรูปพม่าส่อสะดุด
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงความเห็นว่า แผนการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจของรัฐพม่าอาจไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าหากพม่ายังคงมีปัญหาสู้รบกับชนกลุ่มน้อยภายในประเทศอยู่ ดังเห็นได้จากการที่ทหารพม่ายังคงใช้กำลังเข้าปราบปรามชนกลุ่มน้อยคะฉิ่นที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงความเห็นว่า แผนการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจของรัฐพม่าอาจไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าหากพม่ายังคงมีปัญหาสู้รบกับชนกลุ่มน้อยภายในประเทศอยู่ ดังเห็นได้จากการที่ทหารพม่ายังคงใช้กำลังเข้าปราบปรามชนกลุ่มน้อยคะฉิ่นที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในความเป็นจริง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่าย เพราะทั้งฝ่ายรัฐบาลและชนกลุ่มน้อยคะฉิ่น ควรจะตระหนักถึงการสร้างความสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศมากกว่า
ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลของประธานาธิบดี เต็งเส่ง ได้ดำเนินการปฏิรูปไปเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นการปล่อยนักโทษการเมือง การผ่อนคลายการเซ็นเซอร์การเสนอข่าวของสื่อ การจัดการเลือกตั้งอย่างเสรี รวมไปถึงการเจรจาหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม ยกเว้นกลุ่มคะฉิ่น
อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมาแม้ว่ารัฐบาลพม่าจะออกคำสั่งให้ดำเนินการหยุดยิง แต่ปรากฏว่าการสู้รบยังดำเนินต่อไป ทำให้เกิดความคลางแคลงใจกันว่า เต็งเส่ง มีอำนาจในการควบคุมทหารจริงหรือไม่
ขณะที่กลุ่มคะฉิ่นเองก็ละทิ้งโอกาสในการสร้างสันติภาพขึ้นมา เพราะการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลที่ประเทศจีน ในเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว คะฉิ่นไม่ให้เกียรติและเห็นถึงความสำคัญด้วยการส่งตัวแทนในระดับล่างไปเข้าร่วม ทั้งๆ ที่รัฐบาลพม่าส่งตัวแทนระดับสูงมา ฉะนั้นการเจรจาจึงไม่คืบหน้าไปไหน
ด้วยเหตุนี้ บลูมเบิร์ก จึงเสนอแนะว่าฝ่ายรัฐบาลควรจะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจขึ้นว่า จะไม่ได้มองเพียงแต่การมุ่งแต่ทำข้อตกลงหยุดยิง แต่จะหันมาใส่ใจกับข้อเรียกร้องทางการเมืองของชนกลุ่มน้อยมากขึ้น รวมไปถึงการยอมกระจายส่วนแบ่งการรับผลประโยชน์ในทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรมมากขึ้น







