posttoday
คมนาคมเสนอเกณฑ์จัดลำดับใช้งบ 2.2 ล้านล้าน

คมนาคมเสนอเกณฑ์จัดลำดับใช้งบ 2.2 ล้านล้าน

21 มกราคม 2556

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.อุตรดิตถ์ วันที่ 21 ม.ค.นี้ ทางกระทรวงคมนาคมจะเสนอหลักเกณฑ์การพิจารณาการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งให้ ครม.พิจารณา ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาวางกรอบอย่างละเอียดในการจัดลำดับความสำคัญของโครงการที่จะเสนอใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท โดยเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนต้นทุนการขนส่งสินค้าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสมและแข่งขันได้

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.อุตรดิตถ์ วันที่ 21 ม.ค.นี้ ทางกระทรวงคมนาคมจะเสนอหลักเกณฑ์การพิจารณาการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งให้ ครม.พิจารณา ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาวางกรอบอย่างละเอียดในการจัดลำดับความสำคัญของโครงการที่จะเสนอใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท โดยเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนต้นทุนการขนส่งสินค้าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสมและแข่งขันได้

นอกจากนี้ จะต้องช่วยลดสัดส่วนผู้เดินทางไปต่างจังหวัดด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล เพิ่มปริมาณขนส่งสินค้าคนในระบบรางให้มากขึ้น ลดความสูญเสียจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าเชื่อมต่อโครงข่ายกับทางหลวงอาเซียนให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามระเบียบพัสดุ ห้ามใช้วิธีพิเศษ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

ชัชชาติ กล่าวว่า นอกจากหลักเกณฑ์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมแล้ว กระทรวงคมนาคมจะเสนอขออนุมัติงบช่วยเหลือบริการสาธารณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 1,336 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2556 หลังจากที่ได้ขออนุมัติงบไปจำนวน 1,571 ล้านบาท แต่ได้มาไม่ครบ

รวมถึงจะขออนุมัติกู้เงินภายในประเทศเพื่อรีไฟแนนซ์โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายเฉลิมราชมงคล และกู้เงินดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย หัวลำโพงบางแค และบางซื่อท่าพระ รวมเป็นเงิน 29,348 ล้านบาท

“จำเป็นต้องขออนุมัติเงินกู้ภายในประเทศจำนวน 13,131 ล้านบาท เพื่อรีไฟแนนซ์รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายเฉลิมราชมงคล (เดิม) กับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือไจกา เนื่องจากค่าเงินบาทแข็ง ดังนั้นจะเร่งทยอยใช้หนี้บางส่วนก่อน ส่วนที่เหลืออีกจำนวนหนึ่งจะมีการพิจารณาต่อไป”ชัชชาติ กล่าว

ด้าน ธนิต โสรัตน์ เลขาธิการปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ จะมีการประชุมระดมความคิดจากผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมจาก 5 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ถึงผลกระทบจากนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะมาตรการช่วยเหลือของภาคเอกชน

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมหลายร้อยคน เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ ขณะเดียวกันจะมีการรายงานผลสำรวจความคิดเห็นปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเกี่ยวกับนโยบายปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 400 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ต่างให้ความเห็นว่าได้รับผลกระทบ

รายงานข่าวจาก ส.อ.ท.เพิ่มเติมว่า เดิมกลุ่มของ ธนิต จะนัดประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท.ทั่วประเทศในวันที่ 21 ม.ค. โดยจะเดินทางไปใช้สถานที่ ส.อ.ท. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังจากที่เคยมีปัญหาในเรื่องการใช้ห้องประชุมของ ส.อ.ท. เนื่องจากกลุ่มของ พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ได้ตัดสินใจเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไปก่อน โดยเปลี่ยนมาเป็นการระดมความเห็นถึงผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและควรมีมาตรการลดผลกระทบออกมาช่วยเหลือจากภาครัฐ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน