
'แจ่มศรี'ขู่บินล่าช้าไม่มีที่สิ้นสุด
ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการสายการบินต่างๆ ทั้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 19 ม.ค.
ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการสายการบินต่างๆ ทั้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 19 ม.ค.
ต่างประสบความเดือดร้อน ปั่นป่วนวุ่นวาย จากการที่พนักงานบริษัท การบินไทย ผละงานเพื่อชุมนุมประท้วง ไม่ยอมเปิดเคาน์เตอร์เช็กอินให้กับผู้โดยสาร กว่าจะเปิดเคาน์เตอร์ได้ ก็ทำให้เที่ยวบินของการบินไทยที่จะต้องเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิขึ้นล่าช้ากว่าปกติ 15-30 นาที
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาจากการที่พนักงานบริการภาคพื้นดินที่ต้องขนกระเป๋าให้ผู้โดยสารการบินไทยก็นัดหยุดงานไปพร้อมกัน ทำให้ไม่สามารถนำส่งกระเป๋าผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน ยิ่งทำให้เที่ยวบินของการบินไทยล่าช้าหนักขึ้นไปอีก
ปัญหาพนักงานการบินไทยไม่ยอมขนกระเป๋ามายังสายพานลำเลียง ยังทำให้สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองอลหม่านและวุ่นวายไปทั่ว ผู้โดยสารนับร้อยคนทั้งที่จากโดยสารการบินไทยและสายการบินอื่นๆ ต่างยืนรอกระเป๋าเพื่อเดินทางกลับบ้าน หรือเดินทางต่อไปที่อื่นด้วยความกระวนกระวายใจ และตามมาด้วยความโมโห เพราะต้องตกคลั่กอยู่ในสนามบินไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง โดยไม่รู้ว่าจะได้รับกระเป๋าเมื่อไหร่ รวมทั้งผู้โดยสารต่างชาติหลายคนแสดงความไม่พอใจในการบริการของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้องเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น
ทั้งนี้ ช่วงเริ่มต้นที่พนักงานการบินไทยผละงานนั้น เที่ยวบินของการบินไทยขึ้นบินล่าช้าเฉลี่ยเที่ยวบินละ 15-30 นาที และกลายเป็น 30-50 นาที ในระยะต่อมา รวมแล้วกว่า 30 เที่ยวบิน และคาดว่าหลังจากนั้นจะมีเที่ยวบินการบินไทยล่าช้าอีกไม่ต่ำกว่า 20 เที่ยวบิน ส่งผลกระทบให้ผู้โดยสารสายการบินอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น นกแอร์ แอร์เอเชีย เดือดร้อนประสบความล่าช้าในการบิน หรือการรับกระเป๋าตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดฝ่ายบริหารของการบินไทยและกระทรวงคมนาคม ได้ตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องกระเป๋าผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นจำนวนมาก โดยการส่งทหารเข้าช่วยเหลือลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสาร
สมชัย สวัสดีผล รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวว่า ทอท.ได้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารของบริษัท การบินไทย ที่มีปัญหาการต่อเครื่องและเครื่องบินล่าช้า บริเวณชั้น 4 ของอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ และขอให้ทางบริษัท บีเอฟเอส ผู้ให้บริการขนสัมภาระภายในสนามบินสุวรรณภูมิมาช่วยขับรถยกขนกระเป๋าไปก่อน
ปัญหาเครื่องบินดีเลย์สะสมเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น ทำให้สายการบินบางสายดีเลย์นานกว่าชั่วโมง โดยเฉพาะสายการบินที่ผู้โดยสารต้องมาต่อเที่ยวบินเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมาย อย่างไรก็ตาม ทอท.ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า การบินไทยจะเข้ามาทำงานเต็มที่เมื่อไร แต่ทอท.ได้ระดมเจ้าหน้าที่และขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเครื่องผู้โดยสารอย่างเต็มที่” สมชัย กล่าว
สำหรับสาเหตุความวุ่นวายปั่นป่วนดังกล่าว มาจากการที่พนักงานบริษัท การบินไทย ผละงานเพื่อมาชุมนุมประท้วงคณะกรรมการ (บอร์ด) ของการบินไทย ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. โดยยึดพื้นที่บริเวณฝ่ายอุปกรณ์ภาคพื้นดิน สนามบินสุวรรณภูมิ ในการชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้บอร์ดจ่ายเงินโบนัสให้กับพนักงานประจำปี 2554 จำนวน 2 เดือน รวมทั้งพิจารณาขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 7.5% แม้ว่า สรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จะไปเจรจากับพนักงาน แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
โดยพนักงานยืนยันจะเจรจากับ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในฐานะประธานบอร์ดเท่านั้น เนื่องจากอำพนได้ให้สัมภาษณ์ว่า ปี 2555 บริษัท การบินไทย จะสามารถทำกำไรได้ไม่น้อยกว่า 7,000 ล้านบาท ทำให้พนักงานไม่พอใจว่าเมื่อได้กำไรมาก ทำไมจึงลดโบนัสและการขึ้นเงินเดือนพนักงาน อย่างไรก็ตาม อำพน ไม่ได้มาเจรจากับพนักงาน โดยระบุว่า ต้องเดินทางร่วมกับนายกรัฐมนตรี เพื่อประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.อุตรดิตถ์
พนักงานจึงชุมนุมต่อในวันที่ 19 ม.ค. โดยมีการพนักงานฝ่ายช่างจากสนามบินอู่ตะเภา 2 คันรถมาร่วมด้วย ขณะที่ช่วงบ่ายที่มีการเปลี่ยนกะพนักงานขนย้ายกระเป๋าและสัมภาระ ที่ปกติพนักงานจะทำโอทีต่อเนื่องกัน แทนที่พนักงานจะทำโอทีต่อก็กลับยกเลิกการทำงาน และเข้าร่วมชุมนุม ส่งผลให้การขนย้ายโหลดกระเป๋ามีปัญหาล่าช้า
แจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัทการบินไทย ให้สัมภาษณ์ว่า สหภาพฯ ต้องการให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กรการบินไทย โดยปลดอำพนออกจากตำแหน่งประธานบอร์ด บริษัท การบินไทย เนื่องจากให้สัมภาษณ์ว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัททำกำไรไม่น้อยกว่าปี 2552 ประมาณ 7,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ตัวเลขยังไม่มีการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขณะที่การจัดเก็บตัวเลขยังไม่นิ่ง การออกมาให้ข่าวผ่านสื่อเป็นเหมือนการสร้างกระแสให้เห็นว่า การบินไทยมีกำไรได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) เป็นผู้บริหารจัดการองค์กร
นอกจากนี้ ต้องการให้บอร์ดจ่ายเงินโบพนักงานประจำ 2554 จำนวน 2 เดือน รวมถึงพิจารณาขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 7.5% เทียบกับวงเงินจำนวน 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่บอร์ดได้อนุมัติสำหรับปรับเงินเดือนขึ้นเมื่อปี 2553 กรณีที่มีผลกำไร 7,000 ล้านบาทจริง
“พนักงานส่วนใหญ่ต้องการขับไล่ให้อำพนพ้นจากการเป็นประธานบอร์ด และจะไม่เจรจาอะไรทั้งสิ้น เพราะที่ผ่านมาสหภาพฯ ติดต่อขอคุย ได้พยายามบ่ายเบี่ยง และขอนัดวันที่ 22 ม.ค.นี้ ซึ่งมองว่าสายเกินไป” แจ่มศรี กล่าว
แจ่มศรี กล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลไม่ปลดอำพนออกจากประธานบอร์ดบริษัท ภายในเวลา 15.00 น. วันนี้ จะไม่มีการนำเครื่องบินออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างเด็ดขาด โดยพนักงานจะทยอยเข้ามาร่วมชุมนุมบริเวณฝ่ายอุปกรณ์ภาคพื้น ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และปักหลักการชุมนุมจนกว่าจะมีความชัดเจนจากรัฐบาล
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมนั้น พนักงานการบินไทยได้ทยอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาชุมนุมราว 500 คน เพื่อขับไล่อำพน โดยมีผู้บริหารการบินไทยหลายฝ่ายเดินทางเข้าบริษัท การบินไทย เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะการชุมนุมเริ่มส่งผลต่อการขนย้ายกระเป๋าเดินทางมีความล่าช้า และเครื่องบางเที่ยวบินมีความล่าช้าเกิดขึ้นแล้ว
ด้านสรจักร ดีดีการบินไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เรียกประชุมผู้บริหารการบินไทย ให้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงของพนักงานการบินไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเตรียมส่งตัวแทนฝ่ายบริหารการบินไทยเข้าเจรจากับสหภาพฯ เพื่อไม่ให้ทำการยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อบริษัท การบินไทย
ทั้งนี้ สหภาพฯ ได้เปลี่ยนข้อเรียกร้องจากเดิมที่ต้องการเรื่องโบนัสและอัตราขั้นเงินเดือนเพิ่มขึ้น เป็นการเจรจาโดยตรงกับอำพน ประธานบอร์ดบริหารการบินไทยเพียงเรื่องเดียว ซึ่งขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่อำพนจะไม่เดินทางมาเจรจากับตัวแทนสหภาพฯ เนื่องจากติดประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.อุตรดิตถ์ โดยเกรงว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะเกิดความยืดเยื้อ และแก้ไขปัญหาไม่จบในทันที
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของเที่ยวบิน ทำให้เกิดความล่าช้าตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 19 ม.ค. รวมแล้วกว่า 10 เที่ยวบินแล้ว ดังนั้นฝ่ายบริหารจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป
ด้านสมรรถ พุ่มอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารภาวะฉุกเฉินและวิกฤต บริษัท การบินไทย กล่าว การชุมนุมครั้งนี้มีพนักงานบางส่วนผละงานเพื่อเข้าร่วมประชุม ทำให้เที่ยวบินของการบินไทยออกล่าช้าเฉลี่ยเที่ยวละ 15-20 นาที แต่ยังสามารถทำการบินได้ตามปกติ โดยยังไม่มีการการยกเลิกเที่ยวบินแต่อย่างใด
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้สั่งการให้สรจักร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย ออกมาแก้ไขปัญหาการชุมนุมประท้วงของพนักงาน ที่ส่งผลกระทบต่อการทำการบินโดยด่วน เพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการได้รับความเดือดร้อนและไม่ต้องการให้ประเทศเสียชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในสายตาชาวต่างชาติจากปัญหาดังกล่าว
“ปัญหาเงินเดือน หรือโบนัส เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทการบินไทยต้องเป็นผู้พิจารณา ทุกฝ่ายควรออกมาพูดคุยเจรจาแก้ปัญหากันดีๆ เพราะผมไม่ต้องการให้มีการชุมนุมประท้วงจนสร้างปัญหาให้ส่วนรวม ส่วนพนักงานที่ออกมาชุมนุมประท้วงสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสาร ฝ่ายบริหารของการบินไทยจะต้องไปพิจารณาว่าการชุมนุมครั้งนี้ มีการทำผิดกฎหมายหรือระเบียบพนักงานหรือไม่ หากผิดก็ให้ดำเนินการทันที” ชัชชาติ กล่าว
ด้านอำพน ประธานบริษัท การบินไทย กล่าวว่า ได้สั่งการให้สรจักร ดีดีการบินไทย แก้ปัญหาเครื่องบินล่าช้าเป็นการด่วน เพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด หลังจากได้รับรายงานตลอดทั้งวันที่ 19 ม.ค. มีสายการบินประมาณ 24 เที่ยวบินล่าช้าเกิน 20-30 นาที เพราะพนักงานขับรถลากเครื่องบินและพนักงานขับรถกระเป๋าขึ้นเครื่องประท้วงหยุดงาน เพราะไม่พอจ่ายที่บริษัทจ่ายโบนัสเพียงแค่ 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่ส่งผลกระทบให้สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งฝ่ายบริหารพยายามแก้ปัญหาโดยการระดมพนักงานเข้ามาเสริม ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เพราะพนักงานขับดังกล่าวต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ทำให้การแก้ไขปัญหามีอุปสรรคอยู่บ้าง
อำพน กล่าวยืนยันว่า การจ่ายโบนัสให้พนักงานจำนวน 1 เดือน ไปเป็นไปตามฐานะของบริษัทที่เพิ่งฟื้นมีกำไร จากปีที่ผ่านมาที่ขาดทุนก็ไม่ได้จ่ายเงินโบนัสพนักงาน อีกทั้งค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนพนักงานสูงถึง 1,200-1,300 ล้านบาทต่อเดือน ยังไม่รวมค่าภาษีที่บริษัทต้องจ่ายแทนพนักงาน รวมแล้วการจ่ายโบนัสพนักงานต้องใช้เงินถึง 1,500 ล้านบาท มากกว่าส่วนที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้นและเก็บไว้ลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต
อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง รองประธาน บริษัท การบินไทย กล่าวว่า บริษัท การบินไทย มีกำไร 6,000 ล้านบาท เป็นกำไรจากการอัตราแลกเปลี่ยน 3,000 ล้านบาท เป็นกำไรที่เกิดจากการดำเนินงานเพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งส่วนนี้ต้องจ่ายทั้งโบนัสพนักงาน จ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้น และเก็บไว้ลงทุนเพิ่มเติม เป็นหน้าที่ของบีบีการบินไทยต้องชี้แจงกับพนักงานให้เข้าใจ เพื่อให้การบินไทยอยู่ได้ในระยะยาว
เวลา 19.00 น. สรจักร กรรมการอำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย ได้เปิดแถลงข่าว โดยมี แจ่มศรี ประธานสหภาพ และพนักงานบางส่วนเข้าร่วมรับฟังด้วย
โดยสรจักร ชี้แจงข่าวกรณีเที่ยวบินล่าช้าบางเที่ยวบิน ว่าฝ่ายบริหารได้เร่งแก้ไขปัญหาและยืนยันบริหารจัดการได้ ไม่มีผลกระทบต่อการทำการบินและจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการ
ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 00.01–17.00 น. มีเที่ยวบินระหว่างประเทศล่าช้า จำนวน 24 เที่ยวบิน จากจำนวน 64 เที่ยวบิน เฉลี่ยระยะเวลาล่าช้าประมาณ 31 นาที ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศมีเที่ยวบินล่าช้าจำนวน 8 เที่ยวบิน จากจำนวน 23 เที่ยวบิน เฉลี่ยระยะเวลาล่าช้าประมาณ 25 นาที โดยฝ่ายบริหารทุกฝ่ายได้เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามการบินไทยขอยืนยันว่าไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินและยังสามารถบริหารจัดการให้มีการปฏิบัติการบินได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การบินไทยต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าของเที่ยวบินดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาทำการบินของเที่ยวบินต่างๆ ได้ที่ THAI Contact Center (02) 356 -1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือเว็บไซต์ www.thaiairways.com
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สหภาพฯ เรียกร้องให้เพิ่มเงินโบนัสและอัตราการขึ้นเงินเดือน สรจักร กล่าวว่า บอร์ดการบินไทยได้พิจารณาตัวเลขอย่างดีที่สุดแล้ว และเห็นว่าการจ่ายโบนัส 1 เดือนนั้นเหมาะสมแล้ว
ส่วนกรณีที่ประธานสหภาพฯ ยื่นข้อเรียกร้องให้นายกฯ ปลดอำพน จากประธานบอร์ดนั้น สรจักร กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำพนได้ทำหน้าที่ประธานบอร์ดอย่างเต็มที่ และพนักงานไม่ควรจะทุบหม้อข้าวของตัวเอง เพราะถึงอย่างไร ทุกคนก็กินข้าวหม้อเดียวกัน
กรณีชัชชาติ รมว.คมนาคม ต้องการให้ฝ่ายบริหารดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับพนักงานที่ร่วมชุมนุมผิดกฎระเบียบนั้น สรจักร กล่าวว่าเป็นเรื่องนโยบาย
หลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น เวลา 19.30 น. แจ่มศรี ได้หารือร่วมกับสรจักร รวมทั้งฝ่ายบริหารของการบินไทย โดยแจ่มศรี กล่าวว่า เป็นการหารือเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและไม่มีพนักงานขนกระเป๋า รวมถึงยืนยันเรียกร้องให้อำพน ประธานบอร์ดเร่งมาปรากฏตัวและประกาศลาออกต่อหน้าพนักงาน
“ยืนยันว่าถ้าอำพนไม่มา พนักงานจะปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง โดยจะไม่หยุดงาน แต่เที่ยวบินของการบินไทยจะออกหรือเข้าสนามบินสุวรรณภูมิช้าลงเรื่อยๆ” แจ่มศรี กล่าว
ทั้งนี้ ผลการเจรจา ปรากฎว่าการบินไทยตกลงจะให้มีการปรับอัตราการขึ้นเงินเดือนพนักงานเป็น 7.5% ส่วนข้อเสนอเรื่องปรับโบนัสยังไม่มีข้อสรุป







