
ชำแหละเจรจารัฐ-นปช.นัดแรกจุดร่วมและมุมที่แตกต่าง
เปิดเจรจา รัฐบาล -นปช. ยังไร้ข้อยุติ เหตุยังมีจุดที่เห็นด้วยและขัดแย้ง
เปิดเจรจา รัฐบาล -นปช. ยังไร้ข้อยุติ เหตุยังมีจุดที่เห็นด้วยและขัดแย้ง
โดย ทีมข่าวการเมือง
หมายเหตุ - สภาพัฒนาการเมืองและสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ได้สรุปประเด็นการพูดคุยระหว่างรัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ และฝ่ายแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้แก่ นายวีระ มุกสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ และนพ.เหวง โตจิรการ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. หรือการเจรจาครั้งแรก โดยมีเนื้อหาที่ควรนำมาพิจารณาดังนี้
1. ข้อเสนอของนปช.
-ขอให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 วันเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนทั้งประเทศได้ตัดสินใจทางการเมืองว่าต้องการให้พรรคใดมาบริหารประเทศและต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยจะยอมรับผลการเลือกตั้งไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร โดยรับประกันว่านปช.จะไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะที่ทำให้รัฐบาลลำบากใจอีก
2. ข้อเสนอของรัฐบาล
-ขอให้ร่วมกันกำหนดกลไกและกรอบเวลาที่เหมาะสมชัดเจน (Road Map) เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้พูดคุยหารือและได้ข้อตกลงร่วมกันถึงประเด็นที่ต้องการแก้ไขในรัฐธรรมนูญและแนวทางที่จะทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ก่อนที่จะยุบสภา
3. ประเด็นที่มีความเห็นร่วม/ ข้อคิดเห็นร่วม
3.1 ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง เห็นด้วยกับการใช้สันติวิธีในการเจรจาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันในลักษณะนี้
3.2 ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาทางการเมืองด้วยการรัฐประหาร ต้องการให้รัฐและสังคมไทยมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
3.3 เห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งถือเป็นกติกาของประเทศ ต้องมีการแก้ไข
3.4 ต้องการให้เกิดสันติสุขในประเทศเพื่อให้สังคมไทยเดินหน้าไปได้ อยากเห็นประเทศไทยเป็นผู้ชนะ ยุติความแตกแยกในสังคม
4. ประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่าง
ประเด็น
1. จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมืองไทย
นปช. เริ่มจากการรัฐประหารปี 2549
รัฐบาล เริ่มจากการบริหารประเทศของรัฐบาลในช่วงปี 2547-48
2. ความเป็นรัฐประชาธิปไตย
นปช. รัฐบาลปัจจุบันไม่ใช่รัฐประชาธิปไตย หากแต่เป็นรัฐอำมาตยาธิปไตย เนื่องจากมาจากการสนับสนุนของอำมาตย์และทหาร ภายใต้โครงสร้างของประเทศไทยในปัจจุบันนี้ที่มาจากคณะรัฐประหาร
รัฐบาล รัฐบาลปัจจุบันเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการปิดกั้น และรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเสียงส่วนใหญ่หรือเสียงส่วนน้อยก็ตาม
3. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550
นปช. รัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ
· รัฐบาลมีความพยายามที่จะให้ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ผลของการแก้ไขเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน
· ควรจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนเพื่อให้รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนเลือกตั้งมาเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
· ควรยกเลิกอำนาจและเครื่องมือที่เกิดขึ้นจากคมช.ทั้งในส่วนขององค์กร กฎหมาย และตัวบุคคล
รัฐบาล ควรให้ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปก่อนที่จะจัดการเลือกตั้งว่าจะแก้ไขในประเด็นในบ้าง เนื่องจากหลายฝ่ายยังมีความเห็นที่หลากหลายต่อประเด็นที่จะแก้ไขเพื่อให้การแก้ไขเป็นไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่ความต้องการของพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง
· ควรระมัดระวังไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและการนิรโทษกรรม
4. การยุบสภา
นปช. การยุบสภาภายใน 15 วันจะสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือกรัฐบาลที่จะมาแก้ไขปัญหา
· ผลของการเลือกตั้งในห้วงเวลานี้จะเป็นเครื่องตัดสินได้ว่าประชาชนเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญปี 50 นี้หรือไม่
รัฐบาล การยุบสภาภายใน 15 วันไม่อาจแก้ไขปัญหาได้เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยยังคงมีความแตกแยกทางความคิดอยู่มาก ยังไม่มีหลักประกันใดว่าเมื่อการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจะสามารถยุติลงได้
· ผลของการเลือกตั้งในห้วงเวลานี้ไม่สามารถเป็นเครื่องตัดสินได้ว่าประชาชนเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญปี 50 นี้หรือไม่ เนื่องจากการตัดสินใจเลือกผู้บริหารประเทศมีหลายปัจจัย มิได้ขึ้นอยู่กับเพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่ง
5. ทางออกของการแก้ไขปัญหา
นปช. ยุบสภาภายใน 15 วัน
· ให้รัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดกติการัฐธรรมนูญ เนื่องจากหากรอให้ได้ข้อตกลงร่วมกันคงต้องใช้เวลานานและรู้สึกหมดหวัง
รัฐบาล ยังไม่ควรยุบสภาในเวลานี้
· ให้ทุกภาคส่วนได้พูดคุยหารือและได้ข้อตกลงร่วมกันถึงแนวทางที่จะทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปก่อนที่จะมีการยุบสภา โดยควรกำหนดกลไกและ กรอบเวลาที่เหมาะสมชัดเจน (Road Map)







