
ต้องเจรจาต่อ
การเจรจาระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงทั้งสองครั้ง ทำให้ทุกฝ่ายเริ่มมองเห็นทางออกของประเทศและทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้า สังคมเริ่มมีความหวังว่าความวุ่นวายทางการเมืองที่ฉุดรั้งประเทศจะยุติลงภายในระยะเวลาอันสั้น หลังจากที่ประเทศไทยต้องติดอยู่ในกับดักทางการเมืองมานานหลายปี โดยคาดหวังว่าการเจรจาของทั้งสองฝ่ายจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนได้ข้อยุติที่ทุกฝ่ายพอใจ
ปัญหาความขัดแย้งที่เริ่มต้นจากความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หากคู่ขัดแย้งได้มีโอกาสหันหน้าเข้าหากัน ได้มีการพูดคุยกันโดยตรงอย่างเปิดอกและตรงไปตรงมา นำเหตุผลของแต่ละฝ่ายขึ้นมาพิจารณาด้วยใจที่เป็นกลาง และคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมโดยแท้จริง ตัดเรื่องมิจฉาทิฐิ ที่จะเอาชนะคะคานกันของแต่ละฝ่ายออกไป โดยไม่อิงแอบอยู่กับผลประโยชน์แอบแฝงของแต่ละฝ่าย เชื่อว่าทุกปัญหาจะมีทางออกร่วมกันและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ความพยายามในการเจรจาของทั้งสองฝ่าย อันดับแรกต้องขอชมเชยว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี และถือเป็นการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ที่เป็นการยกระดับประชาธิปไตยของไทย ทำให้การเมืองของไทยมีความก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วการเจรจาทั้งสองครั้งจะยังไม่ได้ข้อยุติ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับฟังเหตุและผลของตัวแทนแต่ละฝ่ายอย่างเป็นระบบ และได้มีโอกาสใช้วิจารณญาณอย่างมีสติต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งมีความสำคัญมากในช่วงเวลานี้
การเจรจาจึงเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพมากต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงจะต้องทบทวนท่าทีของตัวเองต่อแนวทางการเจรจา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่รอฟังคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคนเสื้อแดงควรจะใช้โอกาสนี้ในการแสดงความจริงใจให้เป็นที่ประจักษ์
ดังนั้นการเจรจาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องดำเนินต่อไปเพื่อร่วมกันคลี่คลายวิกฤตในครั้งนี้ โดยขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับมานั่งโต๊ะเจรจากันอีกครั้ง เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ความขัดแย้งดำเนินต่อไปโดยไม่มีการพูดคุยกัน สังคมก็จะไม่มีทางออก รัฐบาลก็จะเดินต่อไปลำบาก ฟากคนเสื้อแดงก็จะยิ่งมีความรู้สึกเกลียดชังรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยล่อแหลมต่อการนำไปสู่ความรุนแรงในสังคมที่ไม่มีใครอยากเห็น
ทั้งนี้ ไม่ว่าการเจรจาทั้งสองครั้งที่ผ่านมาจะมีการกระทบกระทั่งกันอย่างไรก็ตาม แต่หากทั้งสองฝ่ายมีความตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน ก็จะต้องกลับมานั่งเจรจากันใหม่ และแสวงหาจุดร่วมทางการเมืองที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ เพื่อยุติความแตกแยกในสังคมอย่างยั่งยืน







