
ครม.คลอดวันผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุ
ครม.อนุมัติกำหนดวันรำลึกผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุบนถนนในวันอาทิตย์ที่สามของเดือนพ.ย.ทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติ
ครม.อนุมัติกำหนดวันรำลึกผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุบนถนนในวันอาทิตย์ที่สามของเดือนพ.ย.ทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติ
คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอให้วันอาทิตย์สัปดาห์ที่สามของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันรำลึกผู้สูญเสียจากอุบัตเหตุทางถนนโลก( WorldDay of Remembrance for Road Traffic Victims ) และเป็นวันสำคัญของชาติ
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจัดงานดังกล่าว จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เป็นเวทีกลางประจำปีที่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน จะได้ร่วมกันรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน อีกทั้งจะช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนไปทุกภาคส่วนในสังคมให้ได้รับรู้ถึงความสำคัญของความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นวงกว้าง
"เป็นการส่งสัญญาณไปยังนานาประเทศให้ได้รับทราบว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และจะดำเนินการในทุกวิถีทางที่จะสามารถกระทำได้"นายภักดีหาญส์ กล่าว
วันเดียวกันศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนรายงานครม.ทราบ โดยสรุปว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้วในช่วงเดียวกัน ทั้งที่ปีที่แล้วตัวเลขสถิติพบว่า ลดลง คือในช่วงเทศกาลปีใหม่เมื่อช่วงปลายปี 2554 ถึงต้นปี 2555 สถิติอุบัติเหตุในช่วงดังกล่าวลดลง จากปี 2554 คิดเป็น 6.42 % แต่สำหรับปีนี้สถิติอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นมารวม 83 ครั้ง คิดเป็นการเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.68 %
ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.รับทราบการสรุปภาพรวมสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 โดยพบว่าอุบัติเหตุถนนนอกเขตทางหลวงแผ่นดินคือ ถนนในชุมชน ถนนในหมู่บ้าน เป็นที่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด แต่ทางหลวงที่รัฐบาลได้มีมาตรการดูแลได้ผลและส่วนใหญ่คนที่เสียชีวิตคือ คนในพื้นที่ไม่เกี่ยวกับคนที่เดินทาง
ทั้งนี้ อุบัติเหตุทางถนน 3,176 ครั้ง เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา 3,093 ครั้ง เพิ่มขึ้น 83 ครั้ง คิดเป็น 2.68 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียชีวิต 365 ราย เปรียบเทียบปีที่ผ่านมา 336 ราย เพิ่มขึ้น 29 ราย คิดเป็น 8.6 เปอร์เซ็นต์
นพ.ทศพรกล่าวว่า สถิติผู้ได้รับบาดเจ็บ 3,329 คน เปรียบเทียบปีที่ผ่านมา 3,375 คน ลดลง 46 คน คิดเป็น 1.36 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นและผู้เสียชีวิตมากขึ้น ซึ่งสาเหตุที่พบเกิดจากการเมาสุราสูงสุด รองลงมาคือ การขับรถเร็วเกินกำหนด โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากยานพาหนะรถจักรยานยนต์ พบบ่อยที่สุด และไม่สวมหมวกนิรภัยป็นพฤติกรรมเสี่ยงสูงสุด







