posttoday

ศธ.แจ้งร.ร.เลิกบังคับตัดผมเกรียน-บ๊อบติ่งหู

09 มกราคม 2556

ศธ.ทำหนังสือส่งถึงโรงเรียนในสังกัดให้อนุญาตนักเรียนชายไว้ผมรองทรงได้ ขณะที่นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้น-ยาวได้

ศธ.ทำหนังสือส่งถึงโรงเรียนในสังกัดให้อนุญาตนักเรียนชายไว้ผมรองทรงได้ ขณะที่นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้น-ยาวได้

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำหนังสือเวียนเพื่อแจ้งไปยังสถานศึกษาในกำกับของ ศธ.ทุกแห่ง เพื่อกำชับว่า ในเรื่องของทรงผมนักเรียนนั้น ต้องยึดกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2518 ซึ่งระบุไว้ชัดเจน ให้นักเรียนชายไว้ทรงยาวแบบรองทรงได้ และให้นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้นหรือยาวได้

จากการตรวจสอบข้อกฎหมายพบว่า มีกฎหมายเกี่ยวกับแบบทรงผมของนักเรียน นักศึกษาอยู่ 2 ฉบับที่ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2515 คือ กฎกระทรวง ฉบับที่ 1 พ.ศ.2515 ซึ่งระบุห้ามไม่ให้นักเรียนชายไว้ผมข้างหน้าและกลางศีรษะยาวเกิน 5 เซนติเมตร และชายผมรอบศีรษะต้องตัดเกรียนชิดผิวหนัง และ 2.นักเรียนหญิงตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกินกว่านั้นก็ให้รวบให้เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามต่อมามีการแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวเพิ่มเติมจนเป็น กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 6 ม.ค. 2518 ระบุว่า 1.นักเรียนชายให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้างและด้านหลังยาวเลยตีนผม และ 2.นักเรียนหญิงให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกินกว่านั้นก็ให้รวบให้เรียบร้อย

"ที่ผ่านมาในทางปฏิบัติโรงเรียนยังคงยึดติดกับทรงผมเกรียนตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะกฎกระทรวงฉบับใหม่ เปิดโอกาสให้เด็กไว้ทรงยามแบบรองทรงได้ จึงออกหนังสือเวียนแจ้งให้ทุกโรงเรียนยึดการปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับแก้ไขในปี2518"นายพงศ์เทพกล่าว

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง