posttoday
การเมืองสำหรับเด็ก

การเมืองสำหรับเด็ก

09 มกราคม 2556

วันเสาร์ 12 ม.ค.นี้ก็จะเป็นวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2556 ภายใต้คำขวัญของนายกรัฐมนตรีว่า “รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน”

วันเสาร์ 12 ม.ค.นี้ก็จะเป็นวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2556 ภายใต้คำขวัญของนายกรัฐมนตรีว่า “รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน”

เด็กหรือเยาวชนของชาติถือว่าเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ หากเด็กไม่ได้รับการพัฒนาและปลูกฝังในสิ่งที่ถูกต้อง ก็แน่นอนว่าประเทศคงไม่สามารถเจริญก้าวหน้าไปได้ ในทางกลับกันจะเป็นต้นเหตุในการสร้างปัญหากับสังคมอีกมาก ดังจะเห็นได้จากกรณีเด็กแว้นหรือการเกิดขึ้นของอาชญากรเด็ก เป็นต้น

ด้านหนึ่งมาจากขาดการอบรมสั่งสอนในเรื่องการอยู่ร่วมกันในสังคมและการมีความรับผิดชอบต่อสังคม ผิดกับต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว จะเล็งเห็นคุณค่าของเยาวชนมาเป็นอันดับต้นๆ มากกว่าการลงทุนก่อสร้าง ดังที่ปรากฏว่ารัฐบาลในประเทศเหล่านั้นยอมทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลให้กับการศึกษา เพื่อสร้างและพัฒนาประเทศตั้งแต่ระดับฐานราก คือ เยาวชน

แต่การสร้างทรัพยากรบุคคลดังกล่าว นอกจากจะมอบองค์ความรู้ให้กับเยาวชนแล้ว ยังให้ความสำคัญต่อการสร้างคุณธรรมควบคู่ไปด้วย ไม่ได้มีเพียงแค่เป้าหมายให้เด็กเก่งและฉลาดเท่านั้น ด้วยระบบนี้เอง ทำให้เราได้มีโอกาสเห็นว่าในต่างประเทศเพียงแค่มีข้อสงสัยว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือผู้บริหารบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่อาจจะกระทำผิดโดยที่ศาลยังไม่ตัดสิน ก็จะประกาศแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือพักงานตัวเองทันที ภายใต้หลักคิดที่ว่า ถ้าผู้ใหญ่ของประเทศทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเสียเองแล้ว แน่นอนว่าเด็กและเยาวชนจะได้รับทัศนคติที่ไม่ถูกต้องด้วย

จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ประกอบกับการตรวจสอบการทุจริตตามกระบวนการยุติธรรมของไทยที่เข้มข้นในเวลานี้ ทำให้สังคมพูดถึงเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นอย่างมาก เพื่อจุดประกายให้สังคมร่วมกันเห็นถึงความสำคัญต่อการสร้างรากฐานคุณธรรมที่แข็งแกร่งให้กับเยาวชนของชาติ

อย่าลืมว่า ต่อให้ประเทศมีบทลงโทษตามกฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้น หรือมีหน่วยงานปราบปรามทุจริตจำนวนมากเท่าไหร่ แต่ขาดการปลูกฝังคุณธรรมก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายทาง กฎหมายก็คงไม่ต่างอะไรกับกระดาษแผ่นหนึ่งเท่านั้น

ปัญหานี้ของประเทศ เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างไปแล้ว โดยการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายที่แท้จริงได้ กระบวนการสร้างประชาธิปไตยของไทย ยังมีวิธีการ ความเข้าใจ ทัศนคติ และพฤติกรรมที่ไม่เอื้อต่อการสร้างระบบการเมืองประชาธิปไตยที่แท้จริงตามอุดมคติ

ทั้งนี้ จะเห็นได้จากค่านิยมในเชิงอุปถัมภ์ค้ำจุน การเล่นพรรคเล่นพวก อันนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันในวงกว้างและแบบอย่างให้กับอนุชนรุ่นหลังต่อมาอยู่เสมอ กอปรกับการปลูกฝังประชาธิปไตยในเชิงปริมาณที่ตอกย้ำเฉพาะ การเลือกตั้ง ไม่สามารถอธิบายได้อย่างเพียงพอถึงการสร้างประชาธิปไตยเชิงคุณภาพ

ในขณะที่กระแสโลกาภิวัตน์และการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงทุนนิยม ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญที่สร้างค่านิยมใหม่ นำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติ และทำให้เกิดภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งทั้งหมดล้วนมีผลต่อทัศนคติของเยาวชนแทบทั้งสิ้น กลายเป็นการปลูกฝังทัศนคติเรื่องประชาธิปไตยไม่ถูกต้องกับเด็กเยาวชน และไม่ก่อประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชน

ดังนั้น ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สำหรับผู้นำเยาวชน (ปปย.) รุ่นที่1” ระหว่างเดือน เม.ย.–พ.ค. เพื่อให้มาร่วมกันแสวงหาแนวทางการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของไทย เพื่อภราดรภาพอย่างแท้จริงและนำไปสู่ความเข้าใจร่วมกัน อันเป็นการสอนให้เยาวชนรู้จักการแสดงความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมในทางการเมือง

การอบรมครั้งนี้ จะมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และภาคเอกชน มาร่วมบรรยายให้ความรู้ในเรื่องหลักการประชาธิปไตยให้ถูกต้องอย่างครอบคุมและรอบด้านมากที่สุด ซึ่งหวังว่าจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ และกระบวนทัศน์ความเป็นเหตุเป็นผลเพื่อนำไปสู่การลดความขัดแย้ง

พร้อมกันนี้ วาดหวังว่าจะช่วยเสริมบทบาท และสร้างเครือข่ายเยาวชนในการเผยแพร่ประชาธิปไตย ให้มีความยั่งยืนและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพราะการจัดการอบรมจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เลยถ้าเยาวชนที่เข้ามาร่วมอบรมไม่ได้นำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ต่อให้คนอื่นได้เข้าใจ

ในครั้งแรกของการอบรมจะเปิดโอกาสให้เยาวชนจำนวน 100 คนเข้ามาเรียนรู้ โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าอบรมเอาไว้เฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้เป็นวัยที่กำลังอยู่ในวัยเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นพลเมืองที่ดีในอนาคต แต่ในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เฉพาะเยาวชนในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑลก่อน ซึ่งในอนาคตเตรียมจะขยายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดต่อไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดจึงมีความจำเป็นต้องคัดเลือกเยาวชนที่จะเข้ามาอบรม โดยต้องเป็นนักเรียนที่ได้รับการเลือกสรรจากผู้อำนวยการโรงเรียน คณะกรรมการโรงเรียน รวมทั้งจะต้องมีผลงานหรือกิจกรรมที่รองรับและสนับสนุนโครงการที่การเป็นผู้นำเยาวชน อาทิ ประธานนักเรียน หรือ ผู้นำทางด้านกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรากฐานคุณธรรมและจริยธรรมให้กับสังคม

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน