posttoday
ปี 2556 วัดใจ "นพ.ประดิษฐ" สานต่อ "มะเร็งมาตรฐานเดียว"

ปี 2556 วัดใจ "นพ.ประดิษฐ" สานต่อ "มะเร็งมาตรฐานเดียว"

07 มกราคม 2556

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ปักธง “สุขภาพมาตรฐานเดียว” มาตลอดปี 2555

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ปักธง “สุขภาพมาตรฐานเดียว” มาตลอดปี 2555

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

เริ่มจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันในหลักการลดความเหลื่อมล้ำ “บูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพ” เรื่อยมาถึงกลางยุครัฐมนตรี วิทยา บุรณศิริ ทำคลอดนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินมาตรฐานเดียว” เริ่มดำเนินการ 1 เม.ย. 2555 หลักการคือ ผู้ป่วยฉุกเฉินถึงขั้นเสียชีวิต จะได้รับการรักษาฟรีทันที โรงพยาบาลจะไม่ถามว่าผู้ป่วยใช้สิทธิประกันสุขภาพระบบใด เมื่อพ้นภาวะวิกฤตแล้ว โรงพยาบาลจึงไปเบิกค่ารักษากับกองทุนสุขภาพเอง

เฟส 2 ของนโยบายตระกูลมาตรฐานเดียว คือ “เอดส์ไต มาตรฐานเดียว” เริ่มดำเนินการ 1 ต.ค. 2555 หลักการคือ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และผู้ติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับการรักษาด้วยมาตรฐานเดียว

ทว่า หากพิเคราะห์ในรายละเอียดแล้วพบว่า ทั้งสองกลุ่มโรคนั้นยังไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวจริงๆ นั่นเพราะก่อนจะมีนโยบายดังกล่าว ผู้ติดเชื้อเอดส์ทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ ได้รับสิทธิประโยชน์เกือบจะเท่าเทียมกันอยู่แล้ว จะมีก็เฉพาะข้อแตกต่างเล็กน้อย เช่น สูตรยา เกณฑ์การเข้าถึงยา รัฐบาลจึงแทบไม่ต้องออกแรง

ส่วนโรคไตวายเรื้อรัง เมื่อลงลึกแล้วก็พบว่าล้วนแต่มีความแตกต่างโดยสิ้นเชิง ทั้งวิธีการรักษา สิทธิการเลือกรับการรักษา ชนิดยา การเข้าถึงยา รวมทั้งอัตราการเบิกจ่าย เป็นเหตุให้จนถึงขณะนี้รัฐบาลไม่สามารถปรับให้เป็นมาตรฐานเดียวจริงๆ ได้

ท้ายที่สุด นำมาสู่ความเคลือบแคลงต่อนิยามคำว่า “มาตรฐานเดียว” ว่าเป็นเพียงวาทกรรมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้นหรือไม่?

อีกหนึ่งนโยบายที่ยังคงรอการสานต่อ คือ “มะเร็งมาตรฐานเดียว”

มีการตั้งโต๊ะประโคมความสำเร็จต่อเนื่องจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่าจากนี้เตรียมเสนอให้รัฐบาลบูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพ เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งให้เป็นมาตรฐานเดียว ซึ่งจะทำให้ประชาชนกว่าล้านคนได้รับประโยชน์

จากนั้นไม่นาน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รับลูกด้วยการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายไปยังรัฐบาล โดยต้องการให้เกิดการปรับสิทธิประโยชน์และแบบแผนการรักษามะเร็งทุกโรคให้เป็นมาตรฐานเดียว โดยเฉพาะการเข้าถึงยาราคาแพง พร้อมทั้งปรับวิธีจ่ายเงินให้กับหน่วยบริการเป็นลักษณะเฉพาะสำหรับยามะเร็งของผู้ป่วยนอก โดยให้จ่ายในอัตราเดียวกัน และแยกออกจากงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว ส่วนผู้ป่วยในให้จ่ายตามกลุ่มโรคร้ายแรง (ดีอาร์จี) ในอัตราที่เท่ากัน

อย่างไรก็ดี คงมีความจริงอยู่บ้าง หากจะกล่าวว่าในยุค นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุขคนปัจจุบัน การขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพมาตรฐานเดียวได้หายเข้ากลีบเมฆ ทั้งๆ ที่เคยประกาศเป็นยุทธศาสตร์การบริหารราชการไว้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ

ล่าสุด รมว.สาธารณสุขรายนี้ ยืนยันหลักการอีกว่า ต้องการให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับสิทธิเสมอกัน แม้มีการเปลี่ยนสิทธิประกันสุขภาพ โดยผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นจะเลือกบริหารจัดการในมะเร็งที่พบมาก อาทิ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด รวมทั้งสิ้นประมาณ 45 ชนิด อย่างไรก็ดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบวิธีการรักษาว่าจะออกแบบให้ครอบคลุมอย่างไรได้บ้าง

นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. ยกตัวอย่างแนวทางการสร้างมาตรฐานเดียวว่า ต้องใช้วิธีการรักษาที่เหมือนกัน เช่น หากป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 1 ก็จะให้ยาสูตรเดียวทั้งหมด หรือหากต้องผ่าตัดก็ต้องมีระดับที่เหมือนกัน อาทิ ผ่าตัดมดลูกทั้งชุด หรือตัดปีกรังไข่ รวมทั้งหลังผ่าตัดจะให้เคมีบำบัด หรือฉายแสง

คาดว่าทั้งหมดจะเป็นรูปธรรมได้ในเดือน เม.ย. 2556

ปี 2556 รัฐบาลเพื่อไทยยังคงครองอำนาจ... คำถามคือ ระบบสุขภาพมาตรฐานเดียวที่แท้จริงจะเกิดขึ้นหรือไม่

แน่นอนว่า ชาวไทยฝากความหวังไว้กับ รมว.สาธารณสุข ที่ชื่อ นพ.ประดิษฐ

จะเป็นของจริง หรือเป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ กลางปีนี้รู้กัน!

ข่าวล่าสุด

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์