
โพลจี้แก้ปัญหาปากท้องก่อน รธน.
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องประชาชนเลือกอะไร ระหว่างแก้ไขนิสัยและพฤติกรรมของนักการเมือง กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และแนวทางลดความแตกแยกเพื่อรวมทุกคนในชาติ พบว่า 85.9% เรียกร้องให้รัฐบาลควรเดินหน้าแก้ปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาปากท้องให้กับคนในชาติ ก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) และ 84.2% ระบุว่า รัฐบาลควรเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาของประเทศ แก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาความรุนแรงในหมู่เด็กและเยาวชน ก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องประชาชนเลือกอะไร ระหว่างแก้ไขนิสัยและพฤติกรรมของนักการเมือง กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และแนวทางลดความแตกแยกเพื่อรวมทุกคนในชาติ พบว่า 85.9% เรียกร้องให้รัฐบาลควรเดินหน้าแก้ปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาปากท้องให้กับคนในชาติ ก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) และ 84.2% ระบุว่า รัฐบาลควรเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาของประเทศ แก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาความรุนแรงในหมู่เด็กและเยาวชน ก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ที่สำคัญ จากผลการสำรวจอีก 87.8% พบว่าความขัดแย้งและความวุ่นวายจะยังไม่จบลงถ้าเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นเรื่องผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศมากกว่าช่วยเหลือคนใดคนหนึ่ง ขณะที่ 73.1% มีความเห็นว่า ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่จะทำให้รัฐบาลอายุสั้น
อย่างไรก็ตาม มีถึง 89.6% ซึ่งเห็นว่าควรแก้นิสัยและพฤติกรรมที่ไม่ดีของนักการเมืองก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ มีเพียง 26.9% เท่านั้น ระบุว่า ช่วงเวลานี้เหมาะสมแล้วที่จะเริ่มเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะช่วยลดปัญหาขัดแย้งในหมู่ประชาชน เป็นหนทางหนึ่งสร้างความปรองดอง และถ้าปล่อยเนิ่นนานไป ปัญหาประเทศจะยิ่งมีมาก เสถียรภาพรัฐบาลจะสั่นคลอน จะแก้ไขรัฐธรรมนูญยากมากขึ้น
ส่วนข้อเสนอแนะที่จะช่วยลดความแตกแยกในหมู่ประชาชน และรวมทุกคนในชาติเป็นหนึ่ง พบว่า 41.9% ต้องการให้ทุกคนช่วยกันแสดงออกซึ่งความรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รองลงมา คือ 23.7% ให้แสดงความกตัญญูรู้คุณ ทำหน้าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดี ซื่อสัตย์สุจริต 17.2% ต้องรู้จักให้อภัยต่อกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และ 13.5% ควรเคารพกฎหมาย ไม่ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย ไม่ทำอะไรตามใจ ตามอารมณ์ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม







