
หนุนแก้รธน.เหตุจ้องทำลายพรรคการเมือง
"จารุพงศ์"ชี้รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย มุ่งทำลายพรรคการเมือง เป็นใจกลางความขัดแย้ง นักกฎหมายอิสระทุกฝ่ายเห็นตรงกันมีประเด็นที่ควรเร่งแก้ไข
"จารุพงศ์"ชี้รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย มุ่งทำลายพรรคการเมือง เป็นใจกลางความขัดแย้ง นักกฎหมายอิสระทุกฝ่ายเห็นตรงกันมีประเด็นที่ควรเร่งแก้ไข
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนเปิดงานสัมนาในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญ 50 ปัญหาของประเทศ ภาระของคนไทย จริงหรือ?”ว่า รัฐบาลสามารถก้าวข้ามอุปสรรคมาได้ระดับหนึ่ง แต่ยังก้าวได้ไม่เต็มตัว เพราะประเทศยังมีปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 50 มีเจตนารมณ์ ทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุล ผ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นอำนาจพื้นฐานประชาธิปไตย
นอกจากนี้ รัฐธรรรมนูญมีความพยายามเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ และชัดเจนว่าผู้บริหารองค์กรอิสระไม่เชื่อมโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 50 ใช้อำนาจเกินขอบเขต และมุ่งทำลายพรรคการเมืองที่ประชาชนไว้วางใจ ด้วยความพยายามยุบพรรคการเมืองอย่างง่ายดาย รัฐธรรมนูญยังสร้างอุปสรรคปัญหาและทำความคล่องตัวในการทำข้อตกลงระหว่างประเทศจนเกิดความล่าช้าในการสร้างความร่วมมือ
"รัฐธรรมนูญได้วางกับดักทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการทำประชามติ จนทำให้กระบวนการแก้เป็นไปด้วยความยากลำบาก รัฐธรรมนูญปี 50 เป็นใจกลางความขัดแย้ง และเป็นเหตุวิกฤตที่จะนำมาให้เกิดความไม่เสถียรภาพ และเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศด้วย"นายจารุพงศ์ กล่าว
ด้าน นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ กล่าวว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่างเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีประเด็นควรต้องแก้ไข
ทว่า ที่ผ่านมายังตกลงไม่ได้ว่าควรทำอย่างไร รัฐธรรมนูญนี้มีคนไม่เห็นด้วยมากกว่า 11 ล้านเสียง จากการลงประชามติ เมื่อปี 2550 แสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่ยอมรับ สังคมไทยถูกสร้างขึ้นมาด้วยมายาคติว่า มีเพียงสองแบบ คือ นักการเมืองโกง ทำให้ขาดคุณธรรม กับ เผด็จการรัฐประหาร ทำให้ขาดความเป็นประชาธิปไตย นำมาซึ่งการยอมรับและไม่ยอมรับของแต่ละฝ่าย
"เราไม่ควรยอมรับทั้งคู่ หากจะแก้ไขต้องครอบคลุมทั้งการให้สิทธิเสรีภาพประชาชน หรือการเข้าไปตรวจสอบนักการเมืองได้ มาตรา 309 ที่ห่วงว่าจะนำไปสู่การช่วยเหลือคนๆเดียวนั้น คือ ควรเติมต่อท้ายจากเดิม ความว่า เว้นแต่รัฐสภาจะมีมติให้การใดโดยเฉพาะนั้นเสียเปล่า หรือมีผลเป็นประการอื่น เพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม"นายวีรพัฒน์ กล่าว







