
ค่าแรง 300 ไม่ทำเจ๊ง
ค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ เป็นความคาดหวังสูงสุดของรัฐบาลประการหนึ่งว่าจะช่วยเรียกคะแนนนิยมให้มากขึ้น แต่ทันทีที่นโยบายมีผลพร้อมกันทั้งประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา หาได้เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับผู้ใช้แรงงานไม่ แต่กลายเป็นฝันร้ายแทนหลังจากส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งในต่างจังหวัดต้องปิดตัวเองเพราะทนแบกรับต้นทุนไม่ไหว
ค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ เป็นความคาดหวังสูงสุดของรัฐบาลประการหนึ่งว่าจะช่วยเรียกคะแนนนิยมให้มากขึ้น แต่ทันทีที่นโยบายมีผลพร้อมกันทั้งประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา หาได้เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับผู้ใช้แรงงานไม่ แต่กลายเป็นฝันร้ายแทนหลังจากส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งในต่างจังหวัดต้องปิดตัวเองเพราะทนแบกรับต้นทุนไม่ไหว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ถึงกับต้องชี้แจงเป็นการด่วนว่า การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน ไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ เนื่องจากรัฐบาลได้มีการหารือกับทางสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าแล้ว และการเพิ่มขึ้นของค่าแรงค่าจ้างทั่วประเทศไม่ใช่เป็นประเด็นใหม่ เพราะเป็นมติของคณะกรรมการไตรภาคีในเรื่องของค่าจ้างมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2555 แล้ว ดังนั้นภาคเอกชนคงมีการเตรียมการกันแล้ว
ยังคงอยู่กับปัญหาเศรษฐกิจ จากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐอเมริกา ล่าสุด รองนายกฯ กิตติรัตน์ ยืนยันภายหลังร่วมประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดีอีกปีหนึ่ง เพราะขณะนี้รัฐบาลมีความพร้อมที่จะเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามแผน ประกอบกับการลงทุนในภาคเอกชนก็มีความสม่ำเสมอ ประกอบกับการส่งออกยังเดินหน้าไปได้อยู่ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มที่ดีเกินกว่าเป้าหมาย
ปิดท้ายด้วยการสรุปตัวเลขอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย (27 ธ.ค. 2555–2 ม.ค. 2556) เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปรากฏว่า เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 3,176 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 83 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 365 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 29 คน และมีผู้บาดเจ็บรวม 3,329 คน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 46 คน ส่วนจังหวัดที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลยคือ จ.ตราด โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ รองลงมาเป็น ขับรถเร็ว ทั้งนี้ รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด m







