
ถอดไคร้เครือจากยาแผนไทย
สธ.ถอดสมุนไพร “ไคร้เครือ” ออกจากตำรับยาแผนไทย 10 ตำรับ หลังพบมีสารก่อมะเร็ง
สธ.ถอดสมุนไพร “ไคร้เครือ” ออกจากตำรับยาแผนไทย 10 ตำรับ หลังพบมีสารก่อมะเร็ง
นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ประกาศ ตัดสมุนไพร “ไคร้เครือ” ซึ่งเป็นเครื่องยาสมุนไพรชนิดหนึ่ง ออกจากตำรับยาแผนไทยในบัญชียาหลักแห่งชาติ จำนวน 10 ตำรับ จากทั้งหมด 28 ตำรับ เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชี้ว่าไคร้เครือที่ใช้และจำหน่ายในท้องตลาด มีสารก่อมะเร็งในมนุษย์
นพ.นิพนธ์ กล่าวว่า ยาแผนไทย 10 ตำรับดังกล่าว ประกอบด้วย ยาหอมนวโกฐ ยาหอมแก้ลมวิงเวียน ยาหอมอินทจักร์ ยาธาตุบรรจบ ยาประสะกานพลู ยาประสะเจตพังคี ยามันทธาตุ ยาวิสัมพยาใหญ่ ยาเขียวหอม และยาอำมฤควาที โดยเป็นการถอดเฉพาะส่วนผสมจากไคร้เครือ แต่ยาทั้ง 10 ตำรับยังคงอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
นพ.นิพนธ์ กล่าวว่า ไคร้เครือเป็นเครื่องยาสมุนไพรที่ใช้กันมากในตำรับยาไทย โดยเฉพาะยาแก้ไขอักเสบ และคลายกล้ามเนื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าอริสโตโลเซีย เป็นพิษต่อตับ ไต และต่อมหมวกไต มีรายงานการศึกษาทางพิษวิทยาพบว่า กรดเอริสโทโลคิกจากไคร้เครือ มีผลต่อหนูที่ตั้งท้องทำให้มดลูกผิดปกติและแท้ง
นอกจากนี้ งานวิจัยทางคลินิกในต่างประเทศ พบว่าผู้ป่วยที่ได้สารดังกล่าว มีอาการเป็นพิษต่อไต โดยตรวจพบสารอริสโตแลคตัมและสารเอเอดีเอ็นเอ แอดดัคท์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและทำให้ไตวาย
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้ประกาศในปี 2545 ให้พืชสกุลอริสโตโลเซีย เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ขณะที่หลายประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส โอมาน และสหรัฐอเมริกา ประกาศระงับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรที่มีกรดเอริสโทโลคิกซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย เพราะทำให้เกิดไตวายและเป็นมะเร็งทางเดินปัสสาวะ
นางณุฉัตรา จันทร์สุวานิชย์ รักษาราชการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสมุนไพร กล่าวว่า จากการวิจัยความเป็นพิษของสมุนไพรไคร้เครือ โดยสุ่มเก็บตัวอย่างจากร้านขายยาสมุนไพรในกรุงเทพมหานคร นครปฐม สกลนคร เชียงใหม่ และราชบุรี จำนวน 10 ตัวอย่าง มาตรวจวิเคราะห์ทางเคมี พบว่าทุกตัวอย่างมีกรดเอริสโทโลคิก และเมื่อใช้วิธีวิเคราะห์กึ่งปริมาณ พบว่าสารสกัดด้วยเมทานอลจากไคร้เครือ มีปริมาณกรดเอริสโทโลคิก ตั้งแต่ 0.06+ 0.02 จนถึง 0.28+0.02 กรัมต่อน้ำหนักของผงยาแห้ง ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการใช้สมุนไพรดังกล่าว เพราะเป็นอันตรายต่อร่างกาย







