
กระเป๋าฉีกหลังปีใหม่แห่ใช้บริการแน่นโรงจำนำ
ถังแตกหลังเที่ยวปีใหม่ ชาวบ้านแห่เข้าโรงตึ๊ง สถานธนานุเคราะห์เตรียมหาเงินเพิ่ม 700 ล้าน
ถังแตกหลังเที่ยวปีใหม่ ชาวบ้านแห่เข้าโรงตึ๊ง สถานธนานุเคราะห์เตรียมหาเงินเพิ่ม 700 ล้าน
นายนิธิศ มนุญพร ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) กล่าวว่า หลังการจับจ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ต้องจ่ายค่าเทอมในระดับมหาวิทยาลัย สธค. มีแผนหาเงินกู้ 700 ล้านบาท โดยให้สถาบันการเงินประมูลการให้เงินกู้เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีปริมาณเงินหมุนเวียนการรับจำนำประมาณ 2 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10%
“ในช่วงปลายปีลูกค้าจะไถ่ถอนสินทรัพย์ประเภททองรูปพรรณออกไปเพื่อที่จะสวมใส่กลับภูมิลำเนา แต่เมื่อกลับมาหลังจากเทศกาลปีใหม่ก็จะนำมาจำนำต่อ และในช่วงนี้เป็นช่วงจ่ายค่าเทอมระดับมหาวิทยาลัย ก็ทำให้ผู้ปกครองมีความต้องการใช้เงินมากขึ้นด้วย โดย สธค.มีนโยบายที่จะคงอัตราดอกเบี้ยรับจำนำในระดับที่ต่ำอย่างต่อเนื่อง” นายนิธิศ กล่าว
ด้านนายประเสริฐ สันคำ ผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า มีประชาชนจำนวนมากนำทองรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าไหม มาจำนำกันเป็นจำนวนมาก ตลอดทั้งวันมีประชาชนเข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1,000 คน จากปกติที่มีผู้ใช้บริการเพียงวันละ 200 คนเท่านั้น ซึ่งได้เตรียมเงินไว้รองรับประมาณ 50 ล้านบาท
“ลูกค้าที่นำทรัพย์สินมาจำนำส่วนใหญ่ใช้จ่ายเงินหมดไปกับการเดินทางและการฉลองปีใหม่ ทำให้ต้องหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว รวมทั้งเพื่อเดินทางกลับไปทำงานที่ กทม. และจังหวัดต่างๆ” นายประเสริฐ กล่าว
นางลัดดา โกสีย์ ผู้ตรวจการสถานธนานุบาลประจำเขต 8 จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีประชาชนนำทองรูปพรรณ เพชร พลอย มาจำนำจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ซื้อของขวัญ และจ่ายโบนัสให้คนงานในช่วงเทศกาลปีใหม่จนหมด







